วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข้อมูลทั่วไป กับ ทัวร์เกาหลี

ทัวร์เกาหลี-ประเทศเกาหลี

ทัวร์เกาหลี
          ก่อนที่เราจะไปทัวร์เกาหลีกัน มาทำความรู้จักภาพกว้างๆ ของประเทศเกาหลีกันพอสังเขปก่อน เพื่อที่จะทัวร์เกาหลีได้อย่างมีความสุข เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรักกับการทัวร์เกาหลี
          ข้อมูลทั่วไป
          สาธารณรัฐเกาหลี หรือ เกาหลีใต้ เป็นประเทศในเอเชียตะวันออก มีพื้นที่ครอบคลุมส่วนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี พรมแดนทางเหนือติดกับประเทศเกาหลีเหนือ มีประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้โดยมีทะเลญี่ปุ่นและช่องแคบเกาหลีกั้นไว้ โดยเกาหลีได้รับสมญานามว่า “ดินแดนแห่งความสงบยามเช้า” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงขนมธรรมเนียมที่สืบทอดมายาวนานถึง 5,000 ปี
          ประชากร : ประมาณ 50 ล้านคน
          ภูมิประเทศ : ร้อยละ 70 เป็นภูเขา
          ภาษาราชการ : เกาหลีมีภาษาและอักษรเป็นของตนเอง เรียกว่า “ฮันกึล
          ศาสนา : ประเทศเกาหลีใต้ไม่มีศาสนาประจำชาติ และประชาชนมีอิสระในการนับถือศาสนา
          ภูมิอากาศ : มี 4 ฤดู คือ ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง
อุณหภูมิอาจต่ำถึง -20 องศาเซลเซียสในเดือนมกราคมและสูงถึง 35 องศาเซลเซียส ในเดือนกรกฎาคม
          เมืองหลวง : กรุงโซล มีประชากรประมาณ 10.5 ล้านคน
ประชากรร้อยละ 47 อาศัยในเมืองใหญ่ 6 เมือง คือกรุงโซล ปูซาน แทกู แทจอน กวางจู และอินชอน บริเวณชายฝั่งทะเลมีเกาะกว่า 3,000 เกาะ
          เงินตรา : วอน (1,000 วอนต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
          การเข้าเมือง
          ไทยและเกาหลีใต้ทำสัญญายกเว้นการตรวจ  หนังสือเดินทางทุกประเภท(วีซ่า) โดยพำนักอยู่ได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน  ผู้ที่จะเดินทางไปเกาหลีใต้ต้องใช้หนังสือเดินทางไทยที่มีอายุอย่างน้อย 6 เดือน เมื่อถึงเกาหลีใต้แล้ว เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอาจสัมภาษณ์ผู้เดินทาง ซึ่งต้องสามารถแจ้งวัตถุประสงค์การเดินทางได้ชัดเจน และมีเงินเพียงพอสำหรับใช้ตลอดช่วงเวลาอยู่ในเกาหลีใต้
          เกาหลีใต้ไม่เปิดเสรีสำหรับแรงงานต่างชาติ มีการจัดโควต้าให้ชาวต่างชาติไปทำงานเป็นผู้ฝึกงานทางอุตสาหกรรมได้เพียงเล็กน้อย ผู้ที่ประสงค์ไปทำงานในเกาหลีใต้ในลักษณะดังกล่าว จะต้องไปติดต่อขอสมัครงานผ่านบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานเท่านั้น และจะต้องได้รับวีซ่าสำหรับผู้ฝึกงานทางอุตสาหกรรม โดยสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทยด้วย
          ข้อพึงระวัง
          ผู้ที่ไม่ได้รับวีซ่าไปทำงานจะไม่สามารถทำงานในเกาหลีใต้ได้ หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกและปรับ
          กรณีเข้าเมืองเป็นกลุ่ม (2 คนขึ้นไป) หากมีผู้ที่อยู่ในกลุ่มไม่สามารถแจ้งวัตถุประสงค์ในการเข้าเมืองได้ชัดเจน เจ้าหน้าที่อาจขอให้ผู้ร่วมเดินทางไปด้วยรับรองว่าจะเดินทางออกจากเกาหลีใต้พร้อมกัน มิเช่นนั้น ผู้รับรองอาจถูกสอบสวนและเดินทางออกจากเกาหลีใต้ไม่ได้ จนกว่าจะนำผู้ที่ได้รับการรับรองออกจากเกาหลีใต้ไปด้วย ดังนั้น หากมีผู้ไม่รู้จักขอให้แสดงตนว่าร่วมเดินทางไปด้วยกัน ท่านอาจต้องรับผิดชอบหากบุคคลดังกล่าวเข้าเมืองเกาหลีใต้ได้แต่หลบหนีและไม่เดินทางออกจากเกาหลีใต้
          การดำเนินชีวิตในเกาหลีใต้
          เครื่องแต่งกาย ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อน โดยเฉพาะในฤดูหนาวซึ่งหนาวกว่าไทยมาก นอกจากนั้น อาจเตรียมครีมทาผิวเพื่อป้องกันผิวแตก
          โปรดระวังเอกสารการเดินทางเป็นพิเศษขณะไปท่องเที่ยวบริเวณที่มีคนพลุกพล่าน ควรพกพาเอกสารการเดินทางในที่ที่ปลอดภัยและถ่ายสำเนาแยกเก็บไว้ต่างหากอีกชุด 1 ชุด คนเกาหลีใต้ส่วนมากไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศอื่นได้ ในการใช้รถแท็กซี่ ควรเตรียมแผนที่ นามบัตร ข้อมูลโรงแรมให้พร้อม โดยเฉพาะชื่อสถานที่เป็นภาษาเกาหลี
          กรุงโซลมีระบบรถไฟฟ้าใต้ดินค่อนข้างดี และเชื่อมโยงกันอย่างทั่วถึง
          หมายเหตุ หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศเกาหลีใต้ เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่ ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อหรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล (Royal Thai Embassy)
653-7, Hannam-dong, Yongsan-ku Seoul
โทรศัพท์ (822) 795-3098, 795-0095, 795-3253
โทรสาร (822) 798-3448
E-mail : rteseoul@elim.net

<<====ขอขอบคุณที่มาของความรู้:http://www.nipponsysit.com====>>

ทัวร์เกาหลีให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลี ไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขครับ

วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทัวร์เกาหลี กับ ของฝาก

ทัวร์เกาหลี กับ ของฝาก

ทัวร์เกาหลีของฝาก

          ไปทัวร์เกาหลีกันทั้งที สิ่งที่จะไม่กล่าวถึง ไม่ได้ คือ ของฝากจากการไปทัวร์เกาหลี มาอ่านความรู้เกี่ยวกับของฝากจากประเทศเกาหลีกัน จะได้วางแผนการใช้จ่ายกันได้เหมาะสม กลับจากทัวร์เกาหลี มีของฝากติดไม้ติดมือมาให้คนที่คุณรัก ทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขครับ

          ของฝากจากเกาหลีที่คุณๆไม่ควรพลาด เมื่อไปทัวร์เกาหลี

          เกาหลี ดินแดนในฝันของใครหลายๆคน ด้วยสภาพภูมิประเทศอันงดงาม ทัศนียภาพที่น่าหลงใหลแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู รวมทั้งวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านทางสถานที่ท่องเที่ยว และการดำเนินชีวิตของชาวเกาหลี สิ่งต่างๆเหล่านี้เองที่ดึงดูดให้ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกอยากไปเยือน

          นอกจากนี้ประเทศเกาหลียังมีชื่อเสียง ในเรื่องของสินค้าคุณภาพต่างๆ มากมาย ซึ่งคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเมื่อไปทัวร์เกาหลีแล้วจะไม่ช้อปปิ้ง แต่ก็คงมีอีกหลายคนที่มักจะมีคำถามกับตัวเองว่า แล้วสินค้าอะไรที่เราไม่ควรพลาดเพื่อนำไปเป็นของฝาก ทั้งสำหรับตัวเอง และฝากคนที่คุณรัก เราจึงรวบรวมสินค้าของฝากจากเกาหลี ที่คุณๆไม่ควรพลาดมาให้ชมกัน

          เรามาเริ่มด้วยการเอาใจบรรดาสาวๆ ที่ชื่นชอบเรื่องความสวยความงามกันก่อนเลยด้วย “เครื่องสำอางค์

อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า เกาหลีเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงาม ทั้งในเรื่องของการทำศัลยกรรม รวมทั้งผลิตภัณฑ์ความงามต่างๆ เพราะฉะนั้นสินค้าเกี่ยวกับความสวยความงามจึงกลายเป็นสินค้าขึ้นชื่อที่มีให้คุณสาวๆเลือกกันอย่างจุใจ ในราคาที่ถูกกว่าเมืองไทยหลายเท่าตัวกันเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Etude, Skin Food, Tony Moly, Rojukiss, Holika Holika, Baviphat และอื่นๆอีกมากมาย โดยแหล่งช้อปปิ้งเครื่องสำอางชื่อดังของเกาหลีก็ต้องที่ ตลาดเมียงดง  รับรองได้ว่า คุณจะได้ผลิตภัณฑ์ความงามกลับมาอย่างจุใจ

          ยิ่งไปกว่านั้น เกาหลียังเป็นชนชาติที่ได้ชื่อว่ามีความพิถีพิถันในเรื่องของอาหารการกิน มีอาหารหลายเมนูที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ อย่างประเทศไทยเอง เราจะเห็นได้ว่ามีร้านอาหารเกาหลีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาหารขึ้นชื่อก็คงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก “กิมจิ” อาหารประจำชาติที่ต้องมีอยู่ในทุกมื้ออาหาร เพราะฉะนั้นถ้าเรามีโอกาสไปเยือนเกาหลีแล้ว เราก็ไม่ควรพลาดการซื้อกิมจิสูตรต้นตำรับกลับมาฝากคนทางบ้านด้วยนะคะ

          นอกจากนี้ “โสมเกาหลี” ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาด เพราะโสมเกาหลี ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกถึงคุณภาพ และสรรพคุณในการบำรุงร่างกาย หรือใครที่ชื่นชอบการดื่มแอลกอฮล์ก็ต้องนี่เลยค่ะ “โซจู” เครื่องดื่มประจำชาติที่ชาวเกาหลีนิยมดื่มกันอย่างแพร่หลาย สำหรับใครที่มองหาของฝากสำหรับเด็กๆ ก็ต้องเป็นของทานเล่นแสนอร่อย อย่าง “สาหร่ายอบกรอบ” รสชาติเด็ดโดนใจ มาม่าเกาหลี หรือจะเป็น นมกล้วย ขนมเปเปโร่ หรือขนมในตระกูล Market O ซึ่งรับรองว่าถูกใจคุณหนูๆแน่นอนค่ะ

          นอกจากเครื่องสำอางชื่อดัง และอาหารขึ้นชื่อแล้ว เกาหลีก็ยังมีของฝาก ของที่ระลึกเป็นสินค้าพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็น พวงกุญแจตุ๊กตาในชุดประจำชาติ ชุดกาน้ำชา ช้อน ตะเกียบ ซึ่งสินค้าเหล่านี้ล้วนแสดงออกถึงเอกลักษณ์ความเป็นเกาหลีได้เป็นอย่างดี รับรองว่าถูกใจผู้รับอย่างแน่นอนค่ะ

          เมื่อรู้รายการของฝากยอดฮิตของเกาหลีกันแล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลาลิสต์รายการของฝากที่คุณชื่นชอบ แล้วก็เตรียมตัวไปละลายเงินวอนกันอย่างจุใจที่ประเทศเกาหลีกันได้เลยค่ะ

<<==== ขอขอบคุณที่มาของความรู้:www.mushroomtravel.com ====>>

ทัวร์เกาหลีให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลี ไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขครับ

วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทัวร์เกาหลี กับ ฤดูหนาว

ทัวร์เกาหลี ใน ฤดูหนาว

ทัวร์เกาหลีเสื้อหนาว
          ก่อนเดินทางไปทัวร์เกาหลี ควรทราบด้วยว่าตอนนั้น ในเกาหลีอยู่ฤดูกาลอะไร? เพราะฤดูหนาวในเกาหลีหนาวมาก ดังนั้นถ้าไปทัวร์เกาหลีช่วงฤดูหนาว สิ่งที่เราจะต้องเตรียมไปด้วยคืออุปกรณ์กันอากาศหนาว มาอ่านความรู้เกี่ยวกับการไปทัวร์เกาหลีช่วงฤดูหนาวกันครับ

          ทัวร์เกาหลี (ฤดูหนาว) กับ เทคนิคการเตรียมเสื้อผ้าที่ควรรู้

          สำหรับการไปทัวร์เกาหลี ในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะช่วงที่หนาวที่สุดคือ ปลายเดือน ม.ค. – ต้นเดือน ก.พ. ซึ่งจะมีเทศกาลตกปลาน้ำแข็ง และหลายคนอาจคิดไม่ออกว่าจะต้องเตรียมอะไรไปบ้าง และสิ่งไหนมีความจำเป็นมากน้อยมาเพียงไหน เรามีข้อมูลดีๆมาให้ทราบกันนะครับ

          การแต่งกายสำหรับการไปทัวร์เกาหลี ในช่วงฤดูหนาว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ เสื้อกันหนาวที่ให้ความอบอุ่นอย่างมาก (ถ้าใส้ในเป็นขนเป็ดได้ยิ่งดี), รองจอน, ถุงมือ, ถุงเท้า, ผ้าพันคอ, หมวกคลุมศรีษะและใบหู, ครีมทาผิวแบบเข้มข้น, ลิปมัน, รองเท้าที่สวมใส่สบาย และไม่ลื่นง่ายเมื่อเดินบนหิมะ

          นอกจากนี้แล้ว คนที่มีโรคประจำตัว ควรนำยาติดตัวไปด้วย และควรพกยาสามัญทั่วๆ ไปที่คิดว่าจะได้ใช้ อย่าพยายาม อย่าคิดจะไปพึ่งน้ำบ่อหน้า มีติดตัวไว้เองจะดีกว่านะครับ

<<==== ขอขอบคุณที่มาของความรู้: http://travel.thaiza.com ====>>

ทัวร์เกาหลีให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลี ไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขครับ

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทัวร์เกาหลี กับ สิ่งที่มิควรพึงกระทำ

          ไปทัวร์เกาหลีนั้น เป้าหมายหลัก คือ การไปตักตวงความสุขในดินแดนกิมจิ ไปเปิดหู เปิดตา เปิดโลกทรรศน์ ในดินแดนที่แตกต่าง สังคม ผู้คน วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และความเจริญ ไปทัวร์เกาหลีทั้งที มาเก็บข้อมูลเกร็ดความรู้ทั่วๆ ไป เกี่ยวกับประเทศเกาหลีใต้กันก่อนเดินทาง วันนี้ผมขอนำเสนอ บทความที่น่าสนใจสำหรับการไปทัวร์เกาหลีครับ
ทัวร์เกาหลีใต้กับข้อห้าม
          10 อันดับ ข้อห้ามการไปทัวร์เกาหลี

ข้อห้ามในเกาหลี อันดับ 1  คุณคือ Tourist ไม่ใช่ Businessman
          ถ้าคุณไม่อยากเจอปัญหาหนักอกกับหน้าตาเอาเรื่องของ ต.ม. (กองตรวจคนเข้าเมือง) คุณห้ามกรอกจุดประสงค์ในการเข้ามาประเทศเกาหลีใต้ในเอกสารว่า Business อย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้นคุณจะต้องเสียเวลากับกิริยาก้าวร้าวและไม่รับฟังเหตุผลของพนักงานที่นั่น จนคุณอาจจะฉุนขาดได้ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมาที่เกาหลีเพื่ออะไร คุณต้องบอกและกรอกไปว่าคุณคือ Tourist

ข้อห้ามในเกาหลี อันดับ 2  ฉ่อน จี ฮยอน ไม่ใช่ จอน จี ฮุน
          หากคุณคลั่งไคล้ ฉ่อน จี ฮยอน มากถึงขั้นจะบินไปหาเธอที่เกาหลี คุณต้องท่องและออกเสียงชื่อของเธอให้ขึ้นใจว่า ฉ่อน จี ฮยอน ไม่ใช่ จอน จี ฮุน ถ้าคุณไปถามคนที่นั่นว่ารู้จัก จอน จี ฮุน บ้างไหมเขาอาจจะเข้าใจว่าบุคคลนี้เป็นอาชญากรตัวร้าย และคุณคือผู้สมคบคิดข้ามแดน (ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นชื่อคน สถานที่ สิ่งของ เมื่ออยู่ที่นั่นแล้วคุณควรออกเสียงให้ถูกต้อง)

ข้อห้ามในเกาหลี อันดับ 3  อย่าโบกแท็กซี่คันสีดำ
          คุณอย่าใช้ความเคยชินในเมืองไทย ที่ว่าจะต้องขึ้นแท็กซี่รุ่นใหม่ เท่านั้นเพราะถ้าคุณ เผลอไปใช้บริการแท็กซี่สีดำที่มักจะลวงตาคุณด้วยยี่ห้อเบนซ์ หรือ บีเอ็มดับเบิ้ลยู คุณอาจจะหมดตัวเอาง่ายๆ เพราะรถประเภทนี้คือ รถเดอลุกซ์ (ภาษาเกาหลีเรียก ว่าโมบอม) และมิเตอร์จะเริ่มต้นราคาที่แพงกว่ารถคันอื่นๆ เกือบเท่าตัว! (ทางที่ดีคุณควรจะหัดขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินจะดีกว่า)

ข้อห้ามในเกาหลี อันดับ 4   อย่าทำอะไรกวนใจโชเฟอร์
          คนเกาหลีดุมาก อันนี้เรื่องจริง แม้โชเฟอร์แท็กซี่ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น หากคุณนั่งอยู่บนรถของเขาและเกิดนึกจะหยิบจับปรับช่องแอร์อะไรก็ตาม โชเฟอร์จะตวาดคุณทันทีด้วยน้ำเสียงเหมือนคุณจะเบี้ยวค่าโดยสาร และหากโชคไม่ดีคุณจะโดนตีมือดังเพี๊ยะ! ให้งงเล่น

ข้อห้ามในเกาหลี อันดับ 5  ระวังถูกชน!
          ไม่ได้หมายถึงถูกรถชนนะ! คนเกาหลีนี่แหละที่จะชนคุณจนหงายเก๋งได้ แถมยังไม่มีแม้แต่คำขอโทษ เพราะคนที่นี่ทั้งชายและหญิงต่างเดินกันเลนไหนเลนนั้น ใครขวางข้าชน ซึ่งถ้าคุณต้องสัญจรบนทางเท้าอันพลุกพล่านในเกาหลี และแน่ใจว่าไปไม่รอด ขอแนะนำให้สวมฟองน้ำไว้ที่หัวไหล่ตั้งแต่ลงจากเครื่องบิน!

ข้อห้ามในเกาหลี อันดับ 6  อย่าสั่งกาแฟเย็น (ในร้านฟาสต์ฟูด)
          ไม่เชื่ออย่าลบลู่ ถ้าคุณไม่อยากเสียเงินซื้อน้ำล้างจานฟรีๆ ไม่ได้พูดโอเว่อร์ เพราะกาแฟเย็นในร้านฟาสต์ฟูดของเกาหลีรสชาติแย่จริงๆ สันนิษฐานได้ว่าที่เกาหลีมีร้านกาแฟอยู่มากมาย และผู้คนก็ชอบที่จะดื่มกาแฟตามร้านเหล่านั้นมากกว่าดังนั้น เครื่องดื่มชนิดนี้ในร้านฟาสต์ฟูดจึงไม่ได้รับการปรับคุณภาพตามมาตรฐาน ISO แต่อย่างใด

ข้อห้ามในเกาหลี อันดับ 7 อย่ามักง่าย (ในร้านฟาสต์ฟูด)
          แม้กาแฟเย็นจะไม่เอาอ่าว แต่เรื่องความเป็นระเบียบวินัย และสปิริตการรักษาความสะอาดในร้านฟาสต์ฟูด คงต้องยกให้คนเกาหลี คุณคิดดูสิ นอกจากจะรณรงค์ให้คนเก็บภาชนะ เทขยะลงถังแล้ว ยังละเอียดถึงขั้นให้แยกประเภทภาชนะอีกด้วย และคนเกาหลีทั้งวัยรุ่นขาโจ๋หรือคนแก่แค่ไหน ต่างก็พร้อมใจกันทำเหมืนเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ดังนั้นคุณอย่าเผลอทำตัวเหมือนในบ้านเราเด็ดขาด!

ข้อห้ามในเกาหลี อันดับ 8  อย่าซื้อของปลอม!
          ไม่ใช่จะมาโปรโมทเรื่อง ลิขสิทธิ์ทางปัญญา แต่จะบอกว่าคุณภาพของก๊อปปี้ในเกาหลีก็ไม่ต่างจากสินค้าย่านประตูน้ำสักเท่า ไหร่ ดังนั้น หากคุณจะซื้อของปลอมจากที่นั่น และมาย้อมแมวหลอกเพื่อนว่าเป็นสินค้าจากเกาหลีคุณก็อาจจะเสียเพื่อนเอาง่ายๆ

ข้อห้ามในเกาหลี อันดับ 9  อย่าหวังพึ่ง ฟุด ฟิต ฟอ ไฟ
          แม้คุณจะได้ความมั่นใจในการฟุด ฟิต ฟอ ไฟ จากครูเคท หรือ แอนดรูว์ บิ๊กส์ มาแล้วหลายครั้ง แต่การพูดภาษาอังกฤษในเกาหลีต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน เพราะคนที่นี่นอกจากจะไม่พูดอังกฤษแล้ว เขาก็ไม่มองว่าคนพูดอังกฤษได้จะดูเป็นคนเก่งหรือน่าชื่นชมแต่อย่างใด จึงเห็นได้ชัดเจนว่าในเกาหลีมีชาวฝรั่งมาท่องเที่ยวกันน้อยเหลือเกิน

ข้อห้ามในเกาหลี อันดับ 10 อย่าหวังพบคนถูกใจ
          ไอ้ที่คุณวาดฝันมาจากหนังรักเกาหลีทั้งหลายและหวังจะมาพบเจอหนุ่ม ตี๋หล่อผู้สุภาพหรือสาวน่ารักจิ้มลิ้มในแดนกิมจิ คุณควรยุติมันไว้แค่นั้น เพราะหนุ่มสาวส่วนใหญ่ในเกาหลีนั้นหน้าตาธรรมดามากๆ (ค่อนข้างไปทาง…..) ไม่ว่าจะไปเดินในแหล่งที่อุดมวัยรุ่นแค่ไหนก็ยังหาที่โดนใจได้ยาก เพราะที่เราเห็นสวยหล่อในหนังละครนั้นเป็นประชาชนส่วนน้อย (หนุ่มสาวชาวไทยเจ๋งกว่าเยอะ)

<<==== ขอขอบคุณที่มาของความรู้: http://www.toptenthailand.com ====>>

ทัวร์เกาหลีให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลี ทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขครับ

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ชอปปิ้ง กับ ทัวร์เกาหลี

ทัวร์เกาหลี กับ การชอปปิ้ง

ทัวร์เกาหลีกับชอปปิ้ง

          การไปทัวร์เกาหลี คงหนีไม่พ้นการชอปปิ้ง เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของสุภาพสตรีดังนั้น ก่อนที่เราจะไปทัวร์เกาหลีกัน มาเรียนรู้ข้อมูลสำหรับการชอปปิ้งที่เกาหลีกันก่อน จะได้ทัวร์เกาหลีกับการชอปปิ้งอย่างมีความสุข

          เกร็ดน่ารู้สำหรับการชอปปิ้งในเกาหลี
          สกุลเงินเกาหลี สกุลเงินของประเทศเกาหลีใต้ คือ “วอน” ตัวย่อตามมาตรฐาน สากล ISO 4217 คือ KRW (Korea won) อัตราแลกเปลี่ยน 1,000 วอน ประมาณ 1 ดอลล่าร์สหรัฐ ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงที่ท่านเดินทาง ที่เริ่มเทียบตั้งแต่หลัก 1,000 วอน เนื่องจากสินค้าท่เกาหลีก็จะเริ่มต้นกันที่หลักพันหลักหมื่นเป็นเรื่องปกติ และเนื่องจากค่าครองชีพของเกาหลีค่อนข้างสูง ซึ่งปัจจุบันในกรุงโซลสูงเป็นอันดับต้นๆของโลกเลยที่เดียว

          ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาที่ใช้กันในห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่ และในย่านอีแทวอน แต่สำหรับแหล่งชอบปิ้งอื่นๆ คนเกาหลียังไม่นิยมใช้ภาษาอังกฤษ
          นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 70 ถึง 80% ของยอดใช้จ่ายสำหรับภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอากรพิเศษกับร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ และเมื่อซื้อสินค้าที่ร้านค้าที่มีป้ายปลอดภาษีรวมยอดซื้อ 30,000 วอนขึ้นไป ที่ร้านค้าที่มีป้ายคืนภาษี ท่านจะได้รับเงินสดคืนที่สนามบิน หรือส่งไปรษณีย์ไปให้ท่าน ในกรณีที่ท่านชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ทางร้านอาจจะลดให้ในเครดิตคาร์ด ซึ่งท่านจะต้องไปประทับตรารับรองเอกสารที่โต๊ะเจ้าหน้าที่ศุลกากร
          ก่อนออกจากประเทศเกาหลี (ท่านอาจจะต้องแสดงสินค้าที่ท่านซื้อกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร ดังนั้น ถ้าท่านต้องการที่จะเก็บของที่ซื้อมานั้นในกระเป๋าเดินทางของท่าน ท่านควรนำเช็คคืนภาษีไปประทับตราที่โต๊ะเจ้าหน้าที่ศุลกากรใกล้เคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินก่อน) จุดจ่ายคืนภาษีจะอยู่ที่เคาน์เตอร์ชื่อ “Global Refund Korea” หรือ “Korea Tax Refund” ใกล้กับร้านค้าปลอดภาษี
          ดังนั้นนักช๊อบทั้งหลายที่ต้องการชอบความแปลกใหม่ และคุณภาพของสินค้าที่มาตรฐานสูงกว่าบ้านเรา ก็อย่าคิดมาก (เปรียบเทียบค่าครองชีพให้เข้าใจง่ายๆ เช่น น้ำดื่มขวดเล็ก ขวดละ 700 – 1,000 วอน หรือประมาณ 30 บาท ก๋วยเตี๋ยวชามละประมาณ 35,00 – 5,000 วอน ซีดีเพลงประมาณแผ่นละ 12,000 วอน เป็นต้น) ยกเว้นที่ศูนย์โสมรัฐบาล ร้านสหกรณ์ หรือร้านค้าเฉพาะบางร้านที่สามารถจ่ายเป็นเงินดอลล่าสหรัฐได้ ร้านค้าส่วนใหญ่รับบัตรเครดิต และไม่ชาร์ทค่าธรรมเนียม แต่ท่านควรเช็คยอดเงินทุกครั้งในการจ่ายบัตรเครดิต

          สามารถต่อราคาได้ ถึงแม้ว่าโดยปกติสินค้าในห้างสรรพสินค้าจะมีราคาแน่นอนอยู่แล้ว แต่ในหลาย ๆ ที่เราสามารถต่อราคาได้ไม่เสียหายอะไร แต่เมื่อตกลงราคาแล้ว ท่านต้องพร้อมที่จะจ่ายตามราคานั้น และโดยทั่วไปคนเกาหลีจะไม่บอกราคาผ่าน ราคาขายให้นักท่องเที่ยวและขายให้คนเกาหลีก็จะราคาเดียวกัน ส่วนการลดราคาก็อยู่ที่ประมาณ 5 – 10% นักท่องเที่ยวจึงไม่ควรต่อลองเยอะเหมือนไปเที่ยวประเทศจีนเพราะอาจทำให้แม่ค้าไม่พอใจได้

          การซื้อสินค้าประเภทวัตถุโบราณ วัตถุโบราณที่มีอายุเก่าแก่ 50 ปี รวมทั้งตู้ ภาพวาด และเครื่องปั้น จะเอาออกนอกประเทศไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลเกาหลี

          ควรวางแผนการใช้จ่ายเงินให้ดี เพราะร้านที่รับแลกคืนในไทย จะให้ Rate ที่ต่ำกว่าตอนเราไปซื้อ และทางร้านจะรับแลกซื้อคืนเฉพาะแบงค์เท่านั้น ไม่สามารถและเหรียญคืนได้

<<==== ขอขอบคุณที่มาของความรู้: http://variety.mcot.net ====>>

ทัวร์เกาหลีให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลี ไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขครับ

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทัวร์เกาหลี กับ ความเชื่อ

ทัวร์เกาหลี กับ ความเชื่อ

ทัวร์เกาหลีกับความเชื่อ
          การไปทัวร์เกาหลีนั้น วัตถุประสงค์หลักของเราต้องการไปเก็บเกี่ยวความสุขในต่างแดน ดังนั้น ก่อนเดินทางไปทัวร์เกาหลีกัน เราควรมีข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลีให้มากเท่าที่ทำได้ นอกจากข้อมูลเรื่องทั่วๆ ไป ข้อมูลด้านต่างๆ กฏ ข้อห้าม ความเชื่อของผู้คนในดินแดนนั้นๆ คือการเตรียมตัวไปทัวร์เกาหลีที่ดี วันนี้ ผมขอนำเสนอ ความเชื่อแปลกๆ ของคนเกาหลี ก่อนไปทัวร์เกาหลีด้วยกันครับ

          10 อันดับ ความเชื่อแปลกๆ ของคนเกาหลี
          1. คู่รักห้ามทางเดินข้างกำแพงวังด็อกชูกุง มีความเชื่อว่า หากคู่รักคู่ใด เดินด้วยกันไปตามทางเดินข้างกำแพงของ พระราชวัง ด็อกชูกุง  ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซลตรงข้ามกับ City Hall และ Seoul Plaza แล้วล่ะก็ ไม่นานคู่รักคู่นั้น จะต้องเลิกรากันในที่สุด โดยที่มาของความเชื่อนี้ ไม่ใช่แค่ตำนานธรรมดาๆ แต่มาจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง นั่นก็เพราะว่าที่ปลายถนน เส้นรอบกำแพงวังแห่งนี้
          เคยมี “ศาลครอบครัวแห่งกรุงโซล” ตั้งอยู่ ดังนั้นเมื่อคู่สามี-ภรรยาคู่ ใดต้องการจะหย่าขาดกัน พวกเขาก็ต้องเดินไปบนถนนเส้นนั้นด้วยกันนั่นเอง และหากใครได้ยินคนรักของตนพูดอ้อมๆ ทำนองว่า “เราไปเดินข้างกำแพงวัง ด็อกชูกุง กันเถอะ” ให้สงสัยได้เลยว่า นั่นคือ สัญญาณการขอบอกเลิกจากเขาหรือเธอคนนั้นก็เป็นได้

          2. สิ่งที่ห้ามทำก่อนการสอบ เพราะคนเกาหลีถือเรื่องการสอบเป็นเรื่องจริงจังในชีวิตมากๆ เลยเกิดความเชื่อเหล่านี้ขึ้น อาทิ ไม่ควรทานอาหาร ที่มีลักษณะลื่นๆ เช่น ซุปสาหร่าย หรือว่า บะหมี่ เพราะนั่นจะทำให้ สมองคุณไหลลื่นตามไปด้วย แล้วอะไรที่เคยท่องจำอะไรเอาไว้จะไหลออกไปหมด!
          ตรงกันข้าม ถ้าจะให้ดี ก็ต้องทานอาหารเหนียวๆ แทน เช่น ขนมโมจิ หรือ ขนมท็อฟฟี่คราวนี้ ความรู้ในหัวจะติดหนึบไม่หนีหายไปไหนแน่ๆ หรือบางคนยัง มีความเชื่อด้วยอีกว่า อย่าอาบน้ำก่อนการสอบ เพราะความรู้ที่คุณมีจะถูกชะล้างออกไปพร้อมกับน้ำด้วย… เรียกได้ว่าตัวเหม็น ไม่เป็นไรขออย่าให้สอบตกเป็นพอนี่เอง

          3. อย่าตัดเล็บตอนกลางคืน เมื่อคุณตัดเล็บตอนกลางคืน แล้วทิ้งเศษเล็บเอาไว้ บรรดาหนูๆ จะพากันมากินเศษเล็บของคุณ เมื่อมันกินไปแล้ว มันจะสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ มีรูปร่างหน้าตาเหมือนตัวคุณ แถมยังขโมย วิญญาณคุณไปด้วย พอหนูตัวนั้นกลายเป็นตัวคุณสมบูรณ์แบบแล้ว ตัวคุณเองจริงๆ ก็คงหาย สาบสูญไปตลอดกาลแน่ๆ
          ฟังแล้วเหมือนกำลังดูหนังผีอยู่เลยใช่มั้ยคะ…แต่จริงๆ คนไทยสมัยก่อนเราก็มีความเชื่อเรื่อง ห้ามตัดเล็บตอนกลางคืนเหมือนกันว่าจะทำให้อายุสั้นลง ซึ่งเหตุผลแท้จริงของเรื่องนี้ทั้งเกาหลี และไทยเอง อาจเป็นเพราะว่า ในสมัยก่อนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ การตัดเล็บตอนกลางคืน จะก่อให้เกิดอันตราย ถ้าไม่ระวังอาจพลาดไปโดนเนื้อตัวเองจนบาดเจ็บเข้าได้นั่นเองค่ะ ถือว่าเป็นความเชื่อที่เกิดจากความหวังดีก็ว่าได้

          4. ห้ามผิวปาก เป่าขลุ่ย ตอนกลางคืน การผิวปาก หรือ การเป่าขลุ่ยเกาหลีโบราณ  ตอนกลางคืน เชื่อว่าจะเป็นการเรียกบรรดา ภูติผีหรือพวกงูให้มารวมตัวกันที่นั่นได้ค่ะ (ตรงกับความเชื่อโบราณของไทยเช่นกันว่า ถ้าผิวปาก ตอนกลางคืนจะเป็นการเรียกผีให้มาหา)

          5. เกี่ยวกับวันย้ายบ้าน ถ้าคุณต้องการย้ายบ้าน วันที่ขนของจากบ้านเก่าไปบ้านใหม่ จะต้องดูฤกษ์ให้ดีๆ ที่ประเทศเกาหลีเค้า เชื่อกันว่า ควรจะย้ายบ้านใน “วันปลอดภูตผี” โดยบริษัทรับจ้างย้ายบ้านส่วนใหญ่ จะรู้วันที่เหล่านี้กันดีค่ะ พวกเขาจะบอกคุณได้ว่าในเดือนนั้น มีวันไหนบ้างที่จะปลอดภัยต่อการย้ายบ้าน โดยไม่มีวิญญาณร้ายจากที่เก่าติดตามไปรบกวนคุณที่บ้านใหม่ด้วย
          อีกอย่างก็คือ ในวันที่ย้าย ไม่ต้องกวาดบ้านทำความสะอาดบ้านหลังเก่า เพราะที่นั่นคุณได้ทิ้ง ขยะ ฝุ่นผง และเศษเล็บที่ตัดทิ้งไว้ สิ่งเหล่านั้นจะทำให้วิญญาณร้ายหลงคิดว่า คุณยังอยู่ที่นั่นไม่ได้ย้ายออกไปไหน แล้วพอคนที่ย้ายมาแทนคุณเข้าไปทำความสะอาดให้แล้ว คราวนี้วิญญาณร้ายก็จะไม่มีวันตามหาคุณเจอ อีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ

          6. ให้รองเท้าเป็นของขวัญ อย่ามอบรองเท้าให้กับใครที่มีความสำคัญกับคุณ นั่นเพราะเขาอาจวิ่งหนีหายไปจากคุณได้… แต่ถ้าใครเผลอให้ไปแล้ว ก็มีวิธีแก้ค่ะ คือให้คนที่ได้รับรองเท้าคู่นั้นจ่ายเงินให้กับคนที่ให้ของขวัญมา (ไม่ต้องเป็นจำนวนเงินมาก แค่ 10-100 วอนก็ได้) ทำแบบนี้แล้ว จะได้ดูเหมือนกับว่ารองเท้าคู่นั้น ไม่ใช่ของขวัญที่ได้มา แต่เค้าเป็นคนซื้อมาใส่เองยังไงล่ะ

          7. อย่าหลงเสน่ห์คนที่มีใฝอยู่ใกล้ปาก ว่ากันว่า อย่าหลงเสน่ห์คนที่มีใฝอยู่ใกล้ปาก เพราะเขาคนนั้นเชื่อใจไม่ค่อยได้ ดังนั้นในเกาหลี บางทีก็จะเรียกล้อเลียนคนที่มีใฝอยู่ใกล้ปากว่า เจ้าชู้เหมือนลม ซึ่งเป็นคำที่มัก ใช้เรียกคนที่เจ้าชู้มากๆ นั่นเอง

          8. อย่าป้อนไก่ให้สามีทาน คนเป็นภรรยาไม่ควรป้อนไก่ หรือว่าสัตว์ปีกอื่นๆ ให้สามีทาน นั่นเป็นเพราะว่าพวกมันมีปีก ถ้าหากว่าท้องของสามีคุณเต็มไปด้วยไก่ บางทีเค้าอาจบินได้ แล้วก็บินหนีหายไปจากคุณน่ะสิ

          9. วิธีเร่งความสูง ต้องการให้ลูกๆ ของคุณตัวสูงไวๆ รึเปล่า? ว่ากันว่านี่คือความเชื่อ 2 ข้อที่จะทำให้เร่งความสูง ข้อแรก อย่ากระโดดข้ามตัวลูกของคุณเด็ดขาด มันจะทำให้เขาไม่อาจสูงขึ้นไปกว่านั้นได้อีกแล้ว ส่วนข้อสอง คือ ถ้ายิ่งตัดผมสั้นๆ จะยิ่งทำให้ตัวสูงขึ้นเร็วตามไปด้วย

         10. เอามือจับที่ตา มีความเชื่อว่า หลังจากที่เอามือไปจับโดนผีเสื้อหรือแมลงเม่าแล้ว ห้ามเอามือมาจับที่ตาของคุณต่อ เพราะจะทำให้ตาบอดได้ (แต่ความจริงก็คือ ที่ผีเสื้อตัวนั้นอาจจะมีละอองเกสรดอกไม้บางชนิดติดอยู่ ถ้าเข้าตาแล้วอาจก่อความระคายเคืองต่อดวงตาได้)

          จากความเชื่อ 10 ข้อเหล่านี้ บางข้ออาจฟังดูประหลาดไปหน่อย แต่บางข้อก็ดูจะเป็นความหวังดี ตั้งใจเตือนให้เราทำอะไรด้วยความระมัดระวังนั่นเอง เพราะไม่ว่าแต่ละประเทศหรือแต่ละบุคคล จะมีความเชื่อเหมือนหรือต่างกันยังไง สุดท้ายการทำอะไรด้วยสติรอบคอบไม่ประมาท จะส่งผลดีต่อตัวเราเองที่สุดแล้วล่ะค่ะ จริงมั้ย

          เพิ่มเติม ความเชื่อของคนเกาหลี > ถ้าเราใส่รองเท้าที่มีเชือกผูก แล้วอยู่ดีดีเชือกที่เราผูกไว้มันหลุด แสดงว่า “มีใครบางคนคิดถึงเราอยู่”

<<==== ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล: http://www.hellomiki.com ====>>

ทัวร์เกาหลีให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลี ไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขครับ

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทัวร์เกาหลี กับ สิ่งที่ควรรู้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปทัวร์เกาหลี         

ทัวร์เกาหลี

          ก่อนไปทัวร์เกาหลีกัน เก็บข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับประเทศเกาหลี เก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆ เป็นการเตรียมพร้อมก่อนเดินทางไปทัวร์เกาหลี เผื่อไปพบอุปสรรคต่างๆ จะได้แก้ปัญหากันได้ถูกต้อง วันนี้ผมขอเสนอข้อมูลทั่วๆ ไป ของประเทศเกาหลี อีกมุมหนึ่ง น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ก่อนเดินทางไปทัวร์เกาหลีกันครับ

          สิ่งที่ควรรู้ในการไปทัวร์เกาหลี

     1. เค้าใช้สกุลเงิน “วอน” โดย 1,000 วอน : 1 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 30 บาทไทย)

     2. ควรแลกเงินที่เมืองไทยไปเลย เรทจะดีกว่าไปแลกที่สนามบิน หรือแลกในเกาหลี

     3. เช็คอากาศ และเสื้อผ้าให้เหมาะกับฤดูกาลด้วยนะ ประเทศเกาหลีมี 4 ฤดู และอากาศแตกต่างกันดังนี้เจ้าคะ ฤดูใบไม้ผลิ ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคมอุณหภูมิระหว่าง 10-25 องศาเซลเซียส ฤดูร้อน ระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคมอุณหภูมิระหว่าง25-35 องศาเซลเซียส ฤดูใบไม้ร่วง ระหว่างเดือนกันยายน-พฤศจิกายนอุณหภูมิระหว่าง 5-15 องศาเซลเซียส ฤดูหนาว ระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ อุณหภูมิระหว่าง (-10) -10 องศาเซลเซียส

     4. ระบบไฟฟ้าในเกาหลีส่วนใหญ่ใช้ไฟ 110 โวลต์ (แต่ในโรงแรมใหญ่ๆ บางทีมี 220 โวลต์ แบบเมืองไทยก็มีค่า) เป็นปลั๊กรูกลม หรือปลั๊ก 3 ขา เครื่องใช้ไฟฟ้า ต้องเอาอแดปเตอร์ไปด้วยนะ

     5. โทรศัพท์มือถือจาก ประเทศไทย ไม่สามารถใช้งานได้ในเกาหลี เพราะว่าเกาหลีใช้โทรศัพท์ระบบ CDMA ของประเทศไทย ใช้ระบบ GSM ฉะนั้นถ้าอยากเอาโทรศัพท์ ไปใช้ในเกาหลี ต้องไปขอเปลี่ยนระบบโทรศัพท์ กับเจ้าของเครือข่าย ที่เราใช้ก่อนที่จะบินไปแดนโสม

     6. เวลาที่เกาหลีเร็วกว่าประเทศไทย 2 ช.ม. อย่าลืมปรับนาฬิกาเมื่อถึง สนามบินอินชอน

     7. การให้ทริปของคนเกาหลี ถือว่าสำคัญมาก ทุกบริการเราจำเป็นจะต้องให้ทริปเค้านะค่า ไม่งั้นจะโดนเค้ามอง ด้วยสายตาดูถูก เหยียดหยาม ว่าไม่รู้จักธรรมเนียมสากลเอาซะเลย คิดเป็น 5% ของราคาทั้งหมดที่เราใช้บริการเค้า

     8. การซื้อของตามร้านค้าทั่วๆ ไป เราสามารถต่อรองราคาลงมาได้ประมาณ 10 – 30% ควรเอา เครื่องคิดเลขเล็กๆ พกพาไปด้วย เพราะคนเกาหลี รุ่นแก่ๆ ส่วนใหญ่ จะพูดภาษาอังกฤษ ไม่ได้ เราก็จิ้มๆ ตัวเลขที่ต้องการจะซื้อของ ในเครื่องคิดเลข ให้เขาไป ถ้าเขาสามารถขายได้ เขาจะเอาของใส่ถุงมาให้เราเอง

     9. บริการแท็กซี่ จะมี 2 แบบ คือ แบบแรก แท็กซี่ป้ายสีฟ้า กะ แท็กซี่ป้ายสีขาว สตาร์ท มิตเตอร์ที่ 1600 วอนใน 2 กม. ช่วงเที่ยงคืน ถึงตี 4 ราคาจะแพงขึ้น 20% คนขับในแบบแรกนี้ จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้นะค่าพี่น้อง แบบที่สอง แท็กซี่เดอลุกซ์ หรือ แท็กซี่ป้ายเหลือง สตาร์ทมิตเตอร์ที่ 4000 วอน ใน 3 กม.แรก ไม่เรียกเก็บเพิ่มในเวลากลางคืน คนขับพูดภาษาอังกฤษได้ทุกคัน

    10. รถไฟใต้ดินในเกาหลี ราคา 700 วอน ตลอดสาย ต่อคน

<<===ขอขอบคุณข้อมูล:http://epsthailand.wordpress.com===>>

ทัวร์เกาหลีให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลี ทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขครับ

วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทัวร์เกาหลี กับ กรุงโซล

ทัวร์เกาหลี ใน กรุงโซล

ทัวร์เกาหลีกรุงโซล
          ไปทัวร์เกาหลี ถ้าจะไม่กล่าวถึงใจกลางแดนกิมจิ หรือเมืองหลวงของเกาหลีใต้ก็กระไรอยู่ ในกรุงโซลเมืองหลวงของเกาหลีใต้ มีสถานที่น่าสนใจมากมาย จะไปทัวร์เกาหลีทั้งทีเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโซลกันก่อนนะครับ

          เมืองหลวงแห่งนี้มีความสำคัญกับเศรษฐกิจของเอเชียเราพอสมควร อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ได้รับความนิยมอย่างมากอีกด้วย แต่คุณรู้หรือเปล่าว่าในกรุงโซลนั้น มีสถานที่อันฮอตฮิตที่หากคุณได้มีโอกาสเดินทางไปที่นั่นแล้วล่ะก็ บอกได้คำเดียวว่า "ห้ามพลาดนะจ๊ะ" ไปดูกันว่าทั้ง 6 สถานที่ซึ่งทางเว็บไซต์ Relax.com.sg ได้แนะนำไว้นั้น จะมีที่ใดบ้างและจะฮอตฮิตขนาดไหน ตามไปดูกันเลย !!

          6 สถานที่เที่ยวยอดฮิตในกรุงโซล

1. หมู่บ้านบุกชอนฮันอ๊ก (Bukchon Hanok Village)

          หมู่บ้านบุกชอนฮันอ๊กแห่งนี้ ตั้งอยู่ระหว่างพระราชวังเคียงบ๊อคกุง ( Gyeongbokgung Palace) และพระราชวังชางด๊อกกุง (Changdeokgung Palace) ในอดีตเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ๆ เพราะเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าบรรดาขุนนางระดับสูง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์โชซอน ซึ่งคนพื้นถิ่นจะเรียกหมู่บ้านแห่งนี้แบบง่าย ๆ สั้น ๆ ว่า "หมู่บ้านบุกชอน" ซึ่งในภาษาเกาหลีจะหมายถึงหมู่บ้านทางเหนือนั่นเอง

2. ย่านวัฒนธรรมอินซา-ดง (Insa-dong Culture District)

          เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ เดินจากหมู่บ้านบุกชอนฮันอ๊กลงมาทางใต้ประมาณ 10 - 15 นาที คุณก็จะเจอกับย่านวัฒนธรรมอินซา-ดง ที่มีทั้งห้องแสดงงานศิลปะ ร้านขายเครื่องแกะสลักแบบพื้นเมือง ร้านขายวัตถุโบราณ ภัตตาคารและร้านน้ำชาตามแบบเกาหลีดั้งเดิม ซึ่งนับเป็นสถานที่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกับวัฒนธรรมเกาหลีแบบดั้งเดิมแท้ ๆ นอกจากนี้ ที่นี้ยังเป็นแหล่งวัตถุโบราณ ทั้งภาพเขียนเก่าแก่ งานเครื่องปั้นดินเผา งานกระดาษ และเครื่องเรือนเก่าอีกด้วย

3. พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace)

          พระราชวังแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการปกครองในสมัยราชวงศ์โชซอน  ในเขตพระราชวัง ประกอบไปด้วยพระที่นั่งต่าง ๆ มากมาย เช่น ห้องประทับของกษัตริย์และพระราชินี ห้องทรงพระอักษร ท้องพระโรง สวนกลางแจ้ง นอกจากนี้ยังมีพระตำหนักเคียวฮเวรู ที่มีลักษณะเป็นอาคารสองชั้น พระตำหนักถูกสร้างให้ยื่นออกไปกลางสระน้ำ เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดงานเลี้ยงพระราชทานนสมัยนั้น

4. ตลาดเมียงดง (Myeongdong)

          ถ้าบ้านเรามีสยามสแควร์ เป็นแหล่งช้อปปิ้งของเหล่าวัยทีนทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอางและอื่น ๆ ที่กรุงโซลก็มีย่าน มยองดง หรือ เมียงดง เป็นแหล่งช้อปปิ้งเช่นเดียวกัน เพราะที่นี้ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของสินค้าแบรนด์เนมมากมายหลากหลายยี่ห้อ และถ้าเดิน ๆ ช้อปปิ้งจนเริ่มรู้สึกหิวข้าวขึ้นมาแล้วล่ะก็ ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะที่ก็เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยร้านอาหารชั้นเลิศมากมายเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่า "ช้อป", "ชิม", "เที่ยว" มีอยู่ที่นี่ครบ!

5. ตลาดนัมแดมุน (Namdaemun Market)

          เปลี่ยนบรรยากาศการช้อปปิ้งของหรู ๆ จากย่านเมียงดง มาช้อปปิ้งที่สำเพ็งบ้านเรา เอ๊ย! ล้อเล่นครับ เปลี่ยนมาเป็นตลาดนัมแดมุนต่างหาก เพราะตลาดนัมแดมุนถือเป็นแหล่งค้าขายสินค้าต่าง ๆ ในราคาถูกและซื้อ - ขายในราคาส่งกันจำนวนมาก ที่นี่มีร้านค้ามากมายให้คุณได้เลือกจับจ่ายซื้อของมากหลายพันร้านค้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอเตือนไว้สักนิดว่าหากใครที่ชอบต่อราคาสินค้า ก็ขอให้ระมัดระวังหรือไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน เพราะพ่อค้าแม่ค้าที่นี่ ไม่เคยปรานีใครง่าย ๆ เหมือนกันนะจ๊ะ...จะบอกให้

6. รถไฟใต้ดิน (Subway)

          ไหน ๆ ก็ไปถึงกรุงโซลกันแล้ว คุณก็ไม่ควรพลาดที่จะสัมผัสกับวิถีชีวิตของผู้คนด้วยการขึ้นรถไฟใต้ดินในกรุงโซลนั่นเอง การใช้บริการรถไฟใต้ดินในกรุงโซลนั้น ถือเป็นสิ่งจำเป็นและจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปได้มาก แต่อย่างไรก็ดี หากจะใช้บริการรถไฟใต้ดินแล้วล่ะก็ กรุณาพกแผนที่และแผนผังของสถานีต่าง ๆ ติดตัวเอาไว้ด้วยนะครับ เพราะที่กรุงโซลมีสถานีรถไฟใต้ดินเป็นร้อย ๆ สถานีเลยทีเดียว แถมยังแบ่งเส้นทางอีกตั้ง 8 สาย และเชื่อมต่อสถานีไปที่ต่าง ๆ อีกมากมาย ฉะนั้นแล้วอย่าได้ทำแผนที่หายเป็นอันขาดล่ะ

          เป็นอย่างไรกันบ้าง กับทั้ง 6 สถานที่อันฮอตฮิตในกรุงโซลที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ เชื่อได้ว่าอย่างน้อย ๆ ทั้ง 6 สถานที่ที่แนะนำไปนี้ก็จะเป็นไกด์นำทางในการท่องเที่ยวให้กับเพื่อน ๆ กันได้บ้าง ว่าแล้วก็ขอตัวไปเก็บกระเป๋าเดินทางไปกรุงโซลก่อนละกัน แล้วจะเที่ยวเผื่อทุก ๆ คนเลยครับผม !!

<<==== ขอขอบคุณที่มาของความรู้: http://travel.kapook.com ====>>

ทัวร์เกาหลีให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลี ไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขครับ

วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทัวร์เกาหลี กับ เกาะเชจู

ทัวร์เกาหลี กับ เกาะเชจู

ทัวร์เกาหลีกับเกาะเชจู
        

          ก่อนจะไปทัวร์เกาหลีกัน เก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าใจกันก่อน วันนี้ผมขอเสนอบทความเกี่ยวกับเกาะเชจู เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีที่น่าสนใจ ไปทัวร์เกาหลีกันทั้งที ไปตักตวงความสุขกันให้คุ้มค่า คุ้มเวลา ที่สูญเสียไป ไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขด้วยกันครับ

        เที่ยวเกาะเชจู เกาะที่สวยที่สุดของเกาหลี


          การท่องเที่ยวจังหวัดเชจูโด (Jeju-do) หรือ เกาะเชจู อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของเกาหลีใต้ โดยเกาะ นั้นอยู่ทางใต้ของโซลเป็นหนึ่งในจังหวัดทั้งเก้าประเทศเกาหลี หากคุณเดินทางโดยเครื่องบินจากโซลจะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง ทั้งยังมีเที่ยวบินตรงจากโตเกียว โอซากา นาโงย่า ฟูกูโอกะ เซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง มายัง เชจู อีกด้วย

          นอกจากนี้แล้วคุณยังสามารถเดินทางมาจาก พูซาน วานโด อินชน ยอซู หรือ มกโพ โดยเรือเฟอร์รี่ก็ได้ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่แยกออกไปจากแผ่นดินใหญ่ และมี บรรยากาศโรแมนติคแบบประเทศในเขตร้อน โดยมีสี่ฤดูและอากาศอบอุ่นสบาย อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 15 องศาเซลเซียส ตลอดทั้งปีและในฤดูร้อนอุณหภูมิโดยเฉลี่ยคือ 22 -26 องศาเซลเซียส คู่บ่าวสาวที่เพิ่งแต่งงานและนักท่องเที่ยวจึงนิยมไปเที่ยวที่เกาะแห่งนี้

          จังหวัดเชจูโด เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญในแถบชายฝั่งด้านเหนือส่วนกลาง และมีสนามบินนานาชาติ รวมทั้งเป็นที่ ตั้งของโรงแรมทั้งแบบตะวันตกและแบบเกาหลี บริเวณชายฝั่งด้านตะวันตกของเชจู มีภูมิประเทศเป็นหินภูเขาไฟรูปทรงแปลกประหลาดคล้ายกับมังกรกำลังอ้าปาก เรียกว่า โขดหิน ยงดูอัม จึงเป็นที่สนใจของนักท่อง เที่ยวในสวนทัมนา มกซกวน มีการจัดวางหินซึ่งแกะสลักเป็นรูปร่างต่างๆ สลับกับรากไม้แห้ง

          จากนั้นเดินทางไปเยือน พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพื้นบ้าน เชจู เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับวิถีชีวิตที่มีลักษณะเฉพาะของเชจู ภายใน พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพื้น บ้าน และธรรมชาติวิทยา เชจู มีการจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน ไม้พันธุ์ต่าง ๆ สัตว์ และแร่ธาตุซึ่งพบได้ตามธรรมชาติใน เชจูโด

           ต่อมาขอแนะนำให้คุณไปเยือน อุทยานแห่งชาติภูเขา ฮัลลาซาน ประกอบด้วยภูเขา ไฟสูงตระหง่านที่ได้ดับไปเป็นเวลานานแล้ว และทุ่งนา ป่าเขา หมู่บ้านเล็ก ๆ และ โรงแรมชั้นดีบนหาดทรายขาวสะอาด มีทางหลวงตัดข้ามเกาะ 5.16 และ 1,100 โรดส์ ตัดผ่านด้านที่ไม่สูงชักนักของอุทยานแห่งนี้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนเกาะแห่งนี้ คุณจะสามารถมองเห็นยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมโผล่พ้นกลุ่มเมฆ ภูเขา ฮัลลาซาน มีความสูง 1,950 เมตรจากระดับน้ำทะเลและเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศ

          หลังจากนั้นเดินทางไปชม ปากปล่องภูเขาไฟ ซานกึมบูรี เป็นหนึ่งในปากปล่องภูเขาไฟทั้งสามแห่งบนเกาะ เชจู อีกสองแห่งได้แก่ ทะเลสาบ เพ็งนกทัม ที่ยอดเขา ฮัล ลาซาน และซงซานโป หรือยอดเขาตะวันขึ้น ปากปล่องภูเขาไฟ ซานกึมบูรี มีเส้นรอบวงยาว 2 กม.

          ในบริเวณนี้มีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ทั้งแบบกึ่งโซนร้อนแบบภูมิอากาศอบอุ่น และแบบภูเขาทั้งหมด 420 ชนิด จนเป็นที่รู้จักในหมู่นักพฤษศาสตร์ว่า เป็นขุมสมบัติแห่งพรรณไม้ เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการไปเยือนปากปล่องภูเขาไฟซานกึมบูรี คือ ในฤดูร้อน หรือฤดูใบไม้ร่วง

          จากนั้นห่างจากตัวเมืองเชจู ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 35 กม. จะเป็นที่ตั้งของเขตอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้าน ซึ่งคุณจะได้พบกับชาวบ้านที่มีความเป็น มิตรอาศัยอยู่ใน บ้านที่สร้างด้วยหิน มุงหลังคาด้วยฟาง และล้อมรอบด้วยกำแพงหินอย่างในสมัยโบราณ

          ถัดมาขอแนะนำให้คุณไปเยือน ถ้ำมานจังกุล อยู่บริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงเหนือ มีความยาว 13.4 กม. จึงจัดเป็นถ้ำที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของลาวาที่ยาวที่สุด ในโลก

          ต่อมามุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเล็กๆสุดปลายด้านตะวันออกของเกาะ ซึ่งมี ปล่องภูเขาไฟทรงกรวยคว่ำเป็นภูมิประเทศที่เด่นชัดของบริเวณนี้ หินทรงกรวยคว่ำนี้มีชื่อเรียกว่า อิลชุลบง หรือ ยอดเขาแห่งตะวันรุ่ง เป็นหนึ่งในภูเขาไฟ ทั้งหมด 360 แห่ง ซึ่งกระจัดกระจายอยู่บนเกาะทางเดินแคบ ๆ จากเบื้องล่างมุ่งไปสู่ขอบปล่องภูเขาไฟทางด้าน ตะวันตกและเลยไปจนถึงยอด ถ้าคุณปีนขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดก็ได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงามอย่างมหัศจรรย์ โดยเฉพาะตอนอาทิตย์ขึ้น

          จากนั้นไปชมความงดงามของหาดปะการังเพียงแห่งเดียวของเกาหลีกันที่ เกาะอูโด ชื่อนี้ได้มาจากรูปลักษณะที่คล้ายกับวัวกำลังนอนอยู่บนหญ้า เกาะนี้มีชื่อเสียงมาก สำหรับอูโดพัลเกียง สถานที่ 8 แห่งที่สวยงามของเกาะอูโด

          ต่อมาขอแนะนำให้คุณเดินทางไปชมสัญลักษณ์อันเก่าแก่ของเกาะเชจู คือ ทอลฮารุบัง และ เฮียนโย ทอลฮารุ บัง หรือ หินปู่ เป็นรูปปั้นทำจากหินลาวาสลักเป็นรูปคนแก่ ใจดีมีให้เห็นอยู่ทั่วไป ในสมัยก่อนรูปปั้นทำหน้าที่คุ้มครองสถานที่ต่าง ๆ แต่ปัจจุบันนี้เป็นที่โปรดปรานของนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายรูป

          อีกทั้งรูปปั้นจำลองของ ทอลฮารุบังยังมีจำหน่ายในร้านขายของที่ระลึก และมีขนาดต่าง ๆ ให้เลือกตั้งแต่ขนาด 1 นิ้วไปจนถึงขนาดใหญ่กว่าของจริงส่วน เฮียนโย คือหญิง สาวชาวบ้านซึ่งดำน้ำลงไปในทะเลเพื่อเก็บหอยเม่น เปลือกหอย และปลาหมึกยักษ์ ในวันที่อากาศแจ่มใสคุณจะเห็นหญิงสาวเหล่านี้ดำผุดดำว่ายอยู่บริเวณชายฝั่ง…

<<===ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล  : http://travel.thaiza.com ===>>

ทัวร์เกาหลีให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลี ไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขครับ

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทัวร์เกาหลี กับ การเดินทาง

การเตรียมตัวเดินทางไปทัวร์เกาหลี

ทัวร์เกาหลี

          เดินทางไปเกาหลี ใช้เวลาแค่ 5 ชั่วโมง เวลาที่เกาหลี เร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง ก่อนที่เราจะไปทัวร์เกาหลีด้วยกัน เรามาเก็บข้อมูลการเดินทางไปเกาหลีกันก่อน เพื่อการเตรียมความพร้อมในการไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุข คุ้มค่า คุ้มเวลาที่จะสูญเสียไป เราไปเก็บข้อมูลพร้อมๆ กันเลยนะครับ

          การเตรียมตัวเดินทางไปทัวร์เกาหลี
          ก่อนอื่นท่านควรจะประมาณค่าใช้จ่ายส่วนตัว และแลกเงินไว้ให้พอสำหรับในการเดินทาง และเพื่อไว้สำหรับชอปปิ้งสินค้ารวมทั้งของฝากจากเกาหลีด้วย (ร้านค้าบางแห่งจะรับบัตรเครดิต แต่บางแห่ง เช่นร้านเล็กๆ จะรับแต่เงินสด)

          วันเดินทาง
          ก่อนออกจากบ้าน ควรเตรียมเอกสาร กระเป๋าทุกใบควรผูกป้ายชื่อกระเป๋า และใส่กุญแจให้เรียบร้อย ทำเช็คลิส สำหรับเอกสารที่จะต้องเตรียมไปในวันเดินทาง ส่วนกระเป๋าสตางค์/เครื่องคอมพิวเตอร์/เครื่องประดับ/พาสปอร์ต/บัตรเครดิต/เอกสารสำคัญ/กล้องถ่ายรูป และกล้องวีดีโอ/ยาประจำตัว ควรพกติดตัวเสมอ

          การเตรียมตัวก่อนขึ้นเครื่องบิน
          คณะกรรมการการบินพลเรือน (ซีเอเอซี) ได้ออกกฎใหม่สำหรับผู้โดยสารเที่ยวบินระหว่างประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการการรักษาความปลอดภัยระดับสากล ดังนี้
    ของเหลว เจล และสเปรย์ทุกชนิด ต้องบรรจุในภาชนะที่มีขนาดความจุไม่เกิน 100 มิลลิลิตร สำหรับภาชนะที่เกิน 100 มิลลิลิตร แม้จะบรรจุของเหลว เจล และสเปรย์ เพียงเล็กน้อยก็ไม่สามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องบินได้
    ภาชนะทั้งหมดต้องใส่รวมกันไว้ในถุงพลาสติกใส ซึ่งเปิด – ปิด ผนึกได้ และมีความจุรวมกันไม่เกิน1 ลิตร (1,000 มิลลิลิตร)
    สามารถนำถุงพลาสติกใสขึ้นเครื่องได้คนละ 1 ถุง โดยต้องแยกออกจากสัมภาระติดตัวอื่น ๆ และให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ณ จุดตรวจค้น
    ของเหลว เจล สเปรย์ที่มีความจุเกิน 100 มิลลิลิตร ต้องบรรจุในกระเป๋าสัมภาระที่ท่านจะบรรทุกลงใต้ท้องเครื่องบิน เพื่อผ่านขั้นตอน เช็ค – อิน เท่านั้น
    ของเหลวที่ได้รับการยกเว้น ได้แก่ นม และอาหารสำหรับเด็กทารกในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงยาที่มีเอกสารกำกับชัดเจน
    กฎระเบียบจำกัดของเหลวนำขึ้นเครื่องนี้ จะไม่กระทบต่อการช้อปปิ้งซื้อสินค้าปลอดภาษีของลูกค้า แต่ผู้ซื้อจะต้องเก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐานแสดงว่าได้ซื้อ ณ วันที่เดินทาง และไม่ควรเปิดแพคเก็จออก
    น้ำหนัก และขนาดกระเป๋าเดินทางที่สายการบินอนุญาติ น้ำหนักสัมภาระที่สามารถฝากใต้ท้องเครื่องได้ จะอยู่ที่ไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อท่าน (ไม่ควรเกิน 2 ชิ้น และน้ำหนักรวมแล้วต้องไม่เกิน 20 กิโลกรัม) น้ำหนักกระเป๋าที่สามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องได้ จะอยู่ที่ไม่เกิน 5 กิโลกรัมต่อท่าน (1 ชิ้น โดยมีขนาดเล็ก สามารถเก็บใส่สัมภาระกระเป๋าเหนือศรีษะ มีความกว้างxยาวxสูง ไม่เกิน 25 เซนติเมตร (9.75 นิ้ว) x 56 เซนติเมตร (21.5 นิ้ว) x 46 เซนติเมตร (18 นิ้ว) ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องมีบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน เช่น ไม่เกิน 15 กิโลกรัมต่อท่าน บางสายการบินการเดินทางเป็นครอบครัว หรือหมู่คณะ สามารถแชร์น้ำหนักกระเป๋าได้
     หากสัมภาระมีน้ำหนักเกินจำนวนที่สายการบินกำหนด  ท่านจะต้องชำระค่าธรรมเนียมให้กับเจ้าหน้าที่สายการบิน ณ เคาเตอร์เช็คอิน
     เพิ่มเติม โรงแรมทั่วไปในเกาหลีทั้งระดับเฟิรสคลาสถึงเดอร์ลุกซ์คลาส จะไม่มีพนักงานกระเป๋าคอยบริการ ถ้ากระเป๋าเดินทางของท่านใหญ่มาก และยกไม่ไหว ควรเตรียมสัมภาระใบขนาดกลางเพื่อความสะดวกในการขนย้ายกระเป๋าด้วยตัวท่านเอง (กระเป๋าใบใหญ่สามารถเก็บไว้ที่ใต้ท้องรถ)

          สนามบินสุวรรณภูมิ
          ท่านจะต้องมารับเอกสารพร้อมฟังคำชี้แจงต่างๆ จากเจ้าหน้าที่ส่งกรุ๊ปทัวร์ หรือหัวหน้าทัวร์เกาหลี (ตามใบนัดหมาย) และฝากกระเป๋าให้กับทางเจ้าหน้าที่สายการบินด้วยตัวลูกค้าเอง ตามนโยบายรักษาความปลอดภัยของสายการบิน กระเป๋าทุกใบที่จะฝากใต้ท้องเครื่องบินให้ x-ray ให้เรียบร้อย ก่อนไปยังเคาน์เตอร์ฝากกระเป๋า ของมีคมและวัตถุระเบิดทุกชนิด เช่น มีด กรรไกร ถ่าน ไฟเช็ค จะต้องฝากกับกระเป๋าใหญ่ไปกับใต้ท้องเครื่องบิน
          ให้ทุกท่านรับซองเอกสารจากเจ้าหน้าที่ กรอกข้อมูลเพิ่มเติมในช่องที่ไฮไลท์ไว้ให้ พร้อมเซ็นต์ชื่อ (ลายเซ็นต์จะต้องเหมือนกับหนังสือเดินทาง) ภายในซองประกอบไปด้วย
        - เอกสารตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย บัตรขาเข้า/บัตรขาออก (Thai Immigration Bureau)
        - เอกสารตรวจคนเข้าเมืองของประเทศเกาหลีใต้ บัตรขาเข้า (Republic of Korea Immigration Service)
        - เอกสารศุลกากรเกาหลี (Korea Customs e-Clearance system)
        ขั้นตอนการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออกไปยังต่างประเทศ  หลังจากได้ทำการโหลดกระเป๋าขึ้นเครื่องบินแล้ว และได้รับ boarding pass และ passport คืนจากเจ้าหน้าที่ส่งกรุ๊ป ทัวร์เกาหลี ให้รอฟังคำชี้แจง และเข้าแถวช่องหนังสือเดินทางไทย
        แสดงหนังสือเดินทาง พร้อมเอกสารตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย บัตรขาเข้า/บัตรขาออก(Thai Immigration Bureau) ให้เจ้าหน้าที่
        ผ่านเครื่องเอ็กซเรย์ ขั้นตอนสุดท้ายก่อนถึงประตู (Gate)
        เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออกเรียบร้อย ท่านสามารถเดินเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษีได้ตามอัธยาศัย โดยต้องตรวจสอบเวลาจากตั๋วเครื่องบินหรือจากจอของสนามบินเพื่อให้ทันขึ้นเครื่อง
       พยายามให้ไปถึง Gate ก่อนเวลานัดสัก 10-15 นาที เนื่องจากบาง Gate จะใช้เวลาเดินค่อนข้างนาน และปกติ gate จะปิดก่อนเครื่องออกประมาณ 30 นาที
       ศุลกากร  ประเทศไทยและประเทศเกาหลีใต้อนุญาตให้ซื้อเหล้าได้ 1 ลิตร บุหรี่ 2 คอตตัน เข้า – ออก ประเทศ
ที่สนามบินนานาชาติอินชอน

          สนามบินเกาหลี
          หลังลงจากเครื่องบิน ให้เตรียมเอกสารเข้าเมือง และอื่น ๆ ให้พร้อม  เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหรือกรมแรงงานของประเทศเกาหลี จะพิจารณาให้เฉพาะผู้เดินทางที่ท่องเที่ยว หรือทำธุรกิจโดยถูกกฏหมายเท่านั้น ที่ผ่านออกนอกเมืองได้ โดยอาจจะพิจารณาจาก (เป็นเอกสารที่ขอเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่ก่อนเดินทาง)
    -หลักฐานการทำงาน เช่น นามบัตร บัตรพนักงาน จดหมายรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ (ฉบับจริง)
    -หลักฐานการเงิน เช่น เงินสดสกุลยูเอสดอลล่าร์หรือสกุลเงินวอน บัตรเครดิตต่างประเทศ เช่น Visa Card, American Express, Dinners Club หรือ Master Card ต้องนำติดตัวไปด้วย เป็นต้น
    -ใบรับรองสถานศึกษาหากท่านยังอยู่ในระหว่างการศึกษา (ฉบับจริง) และควรเดินทางกับผู้ปกครอง
    -นอกจากนี้ ควรเตรียมการแต่งกายที่สุภาพเหมาะสม สำหรับพาสปอร์ตใหม่ ควรนำพาสปอร์ตเล่มเก่าไปด้วย
    -การแต่งกายที่สุภาพเหมาะสม
    -ในกรณีที่เดินทางเป็นครอบครัว ควรต่อแถวเดียวกัน และไม่ให้บุคคลอื่นมาคั่นกลาง

         ขั้นตอนการเข้าประเทศเกาหลี
          ให้เตรียมหนังสือเดินทาง และเอกสารที่ทางบริษัทจัดไว้ให้ (พร้อมเซ็นชื่อ ตามที่แจ้งไว้แล้ว) โดยผ่านขั้นตอนดังต่อไปนี้
    -ด่านสุขภาพ ยื่นเอกสารสอบถามด้านสุขภาพ (Korea Health Questionnaire )
    -ด่านตรวจคนเข้าเมือง เข้าแถวช่อง Foreigner (สำหรับชาวต่างประเทศ) พร้อมยื่น Passport และเอกสารตรวจคนเข้าเมืองของประเทศเกาหลีใต้  (Republic ofKorea Immigration Service) จากนั้นรับเล่ม Passport กลับมา
    -ด่านศุลกากร เดินเข้าช่องสีเขียว ยื่นเอกสารศุลกากรเกาหลี (Korea Customs e-Clearance system) เพื่อแสดงว่าไม่มีสิ่งของต้องห้ามนำเข้าประเทศ จากนั้นเดินออกมารวมกลุ่มกันด้านนอก ให้ท่านสังเกต ป้ายชื่อบริษัทฯ หรือ ป้ายชื่อคณะ
          หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ตรวจเช็คจากจอของสนามบินว่าเที่ยวบินที่เดินทางมานั้น สามารถรับกระเป๋าเดินทางได้ที่สายพานช่องใด หรือสอบถามจากหัวหน้าทัวร์ จากนั้นเดินลงบันไดเลื่อนไปอีกหนึ่งชั้น เพื่อไปรอรับกระเป๋าเดินทางของท่าน (กรุณาตรวจดูกระเป๋าเดินทางให้ดีว่าเป็นของท่าน เพื่อป้องกันการหยิบสลับกัน)

<<=== ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล : http://www.letgokorea.com ===>>

ทัวร์เกาหลีให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลี ไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขครับ

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทัวร์เกาหลี กับ รถไฟใต้ดิน

ทัวร์เกาหลี กับ รถไฟใต้ดิน

ทัวร์เกาหลี
         
          ไปทัวร์เกาหลีกันทั้งที คงหนีไม่พ้นใช้บริการขนส่งมวลชน รถไฟใต้ดินในกรุงโซล รถไฟใต้ดินในกรุงโซล เป็นระบบขนส่งมวลชนที่พัฒนาก่อนประเทศไทย คนที่มาทัวร์เกาหลีจะทราบว่ารถไฟใต้ดินที่กรุงโซลมีหลายสาย เยอะกว่าบ้านเรามาก เชื่อมโยงสถานที่ต่างๆ ในกรุงโซล บางสายวิ่งไกลถึงกับข้ามจังหวัดกันเลยก็มี เรามาทำความรู้จักรถไฟใต้ดินในกรุงโซลในระดับเบื้องต้นกันก่อนนะครับ

          รถไฟใต้ดินกรุงโซล 
          ประกอบด้วยรถไฟใต้ดิน สายหลัก 9 สาย และ สายพิเศษ อีก 8 สาย คือ

รถไฟใต้ดินกรุงโซลสาย 1 (สายสีน้ำเงิน) ระยะทางทั้งหมด 198.4 กม.เป็นรถไฟใต้ดินสายที่ยาวที่สุดในโซล เชื่อมโยงใจกลางกรุงโซลเกาหลีใต้ วิ่งจากสถานีโซโยซัน  สถานีหมายเลข 100 ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ไป สถานีอินชอน  สถานีหมายเลข 161 ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ และ Sinchang Station  สถานีหมายเลข P175 ผ่านซูวอน Suwon Station  สถานีหมายเลข P155 และ Cheonan Station  สถานีหมายเลข P169 ในทิศใต้   ถ้าต้องการไปที่ Sinchang Station  ต้องเปลี่ยนสายที่สถานีคูโร (Guro Station) สถานีหมายเลข 141 รถไฟใต้ดินสายนี้เป็นการวิ่งร่วมกันระหว่าง  Seoul Metro (ระยะทาง 7.8 กม.) ซึ่งวิ่งระหว่าง Cheongnyangni Station  สถานีหมายเลข 124 ถึง สถานีโซล Seoul Station  สถานีหมายเลข 133 และ Korail (ระยะทาง 190.6 กม.) สายที่ 1 นีมีทั้งสิ้น 97 สถานีซึ่งเป็นสายที่ยาวและสำคัญมาก
รถไฟใต้ดินโซล สาย 2 (สายสีเขียว) รถไฟใต้ดินสายนี้วิ่งวนเป็นวงกลมผ่านสถานีสำคัญๆรอบกรุงโซล ซึ่งดำเนินการโดย Seoul Metro ทั้งหมดเป็นระยะทาง 60.2 กม. โดยเริ่มจก สถานี City Hall Station  สถานีหมายเลข 201 วิ่งวนตามเข็มนาฬิกาไปทางฝั่งตะวันออกของกรุงโซล และวนกลับมาที่เดิม โดยจะมีสถานีที่แยกย่อยเป็นสาย 2 ที่ไปเชื่อมกับสายอื่น 2 สถานีคือ สถานีหมายเลข 211 สถานี Seongsu Station  แยกไปเชื่อมกับ สายที่ 1 ที่สถานี Sinseol-dong Station   และ สถานีหมายเลข 234 สถานี Sindorim Station  แยกไปเชื่อมกับ สายที่ 5 ที่สถานี Kkachisan Station สายที่ 2 นี้มีสถานีรวมทั้งสิ้น 53 สถานี
รถไฟใต้ดินโซล สาย 3 (สายสีส้ม) เป็นรถไฟใต้ดินที่เชื่อมต่อระหว่าง เมือง Goyang city   ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผ่านใจกลางกรุงโซล ผ่านกังนัม และเมืองทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ ที่สำคัญรถไฟสายนี้ผ่านสถานที่สำคัญคือ พระราชวังคยองบก หรือ เคียงบก Gyeongbokgung Palace  ที่สวยงามและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวนั่นเองครับ ดำเนินการโดย Seoul Metro (ระยะทาง 38.2 กม.) จากสถานี Jichuk Station  ไปถึงสถานี Ogeum Station  และ Korail ดำเนินการจาก Jichuk Station  ไป Daehwa Station  เป็นระยะทาง 19.2 กม. รถไฟใต้ดินกรุงโซลสายที่ 3 นี้ มีระยะทางรวมทั้งหมด 57.4 กม.และมีทั้งสิ้น 43 สถานีครับ
รถไฟใต้ดินโซล สาย 4 (สายสีฟ้า) สายนี้จะวิ่งจาก Danggogae Station สถานีหมายเลข 409 อยู่ในเขตการปกครอง Nowon-gu  ทางทิศตะออกเฉียงเหนือของโซล  ผ่านเมืองหลวงโซล ลงมาทาง Gwacheon  ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญคือ Seoul Grand Park Station  สถานีหมายเลข 437 ที่เป็นทั้งสวนสัตว์ สวนสนุก และแหล่งศึกษาทางธรรมชาติที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งเกาหลี และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนเกาหลี เส้นทางเดินรถไฟสายนี้จะข้ามไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโซล ปลายทาง อยู่ที่ Oido Station  สถานีหมายเลข 456 ซึ่งอยู่ในเมือง Siheung
รถไฟใต้ดินโซล สาย 4 ดำเนินการโดย Seoul Metro (ระยะทาง 31.1 กม.) จากสถานี Danggogae Station  สถานีหมายเลข 409 ไปถึงสถานี Namtaeryeong Station  สถานีหมายเลข 434 และ Korail (ระยะทาง 39.4 กม.) ดำเนินการจาก Seonbawi Station  สถานีหมายเลข 435 ไป Oido Station  สถานีหมายเลข 456 รถไฟใต้ดินกรุงโซลสายที่ 4 นี้ มีระยะทางรวมทั้งหมด 70.5 กม. มีทั้งสิ้น 48 สถานีครับ (26-Seoul Metro) (22-Korail )
รถไฟใต้ดินโซล สาย 5 (สายสีม่วง) รถไฟสายนี้วิ่งเป็นสายยาวข้ามมาจากทางตะวันตก จากสถานี Banghwa Station  สถานีหมายเลข 510ไปSangil-dong Station  สถานีหมายเลข 553 ทางทิศตะวันออกข้ามพื้นที่นครหลวงกรุงโซล และมีสายแยกย่อยอีก 7 สถานีคือ จากสถานี Gangdong Station  สถานีหมายเลข 548  ไป สถานี Macheon Station  สถานีหมายเลข P555 รถไฟใต้ดินโซล สาย 5 เป็นหนึ่งในสองของสายรถไฟใต้ดินในกรุงโซลที่แล่นผ่านใต้แม่น้ำฮัน และเป็นรถไฟใต้ดินสายที่ยาวที่สุดอันดับ 3 ของโลก รองจาก รถไฟใต้ดินกว่างโจวสาย 3 และรถไฟใต้ดินปักกิ่ง สาย10 รวมความยาวของสายนี้เป็น 52.3 กม. รถไฟใต้ดินโซล สาย 5 ดำเนินการโดย Seoul Metropolitan Rapid Transit Corporation (SMRT) มีทั้งสิ้น 51 สถานีครับ
รถไฟใต้ดินโซล สาย 6 (สายสีน้ำตาล) รถไฟสายนี้วิ่งเป็นตัวยู เชื่อมระหว่าง เขต Eunpyeong  กับ เขต Jungnang  วิ่งข้ามมาจากทางตะวันตก จากสถานี Eungam Station  สถานีหมายเลข 610  ไป สถานี Bonghwasan Station  สถานีหมายเลข 647 ทางทิศตะวันออกข้ามพื้นที่นครหลวงกรุงโซล และผ่านย่านธุรกิจสำคัญคือย่าน Itaewon และมีจุดพิเศษคือ จะวิ่งวนเป็นวงกลมอยู่ 5 สถานี เริ่มจาก
สถานี Eungam Station  สถานีหมายเลข 610 สถานี Yeokchon Station  สถานีหมายเลข 611   
สถานี Bulgwang Station  สถานีหมายเลข 612 สถานี Dokbawi Station  สถานีหมายเลข 613   
สถานี Yeonsinnae Station  สถานีหมายเลข 614 สถานี Gusan Station  สถานีหมายเลข 615
รวมความยาวของสายนี้เป็น 35.1 กม. รถไฟใต้ดินโซล สาย 6 ดำเนินการโดย Seoul Metropolitan Rapid Transit Corporation (SMRT) มีทั้งสิ้น 38 สถานีครับ
รถไฟใต้ดินโซล สาย 7  รถไฟสายนี้วิ่งอ้อมเขตรอบๆกรุงโซล วิ่งข้ามมาจากทางเหนือ Jangam Station  สถานีหมายเลข 709  ไป สถานี Bupyeong-gu Office Station  สถานีหมายเลข 759 ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านย่าน Gangnam-gu
รวมความยาวของสายนี้เป็น 57.1 กม. รถไฟใต้ดินโซล สาย 7 ดำเนินการโดย Seoul Metropolitan Rapid Transit Corporation (SMRT) มีทั้งสิ้น 51 สถานีครับ
รถไฟใต้ดินโซล สาย 8  รถไฟสายนี้วิ่งอยู่นอกเขตกรุงโซล เพราะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ วิ่งจากทางเหนือ จากสถานี Amsa Station  สถานีหมายเลข 810  ไป สถานี Moran Station  สถานีหมายเลข 826 ทางใต้ รวมความยาวของสายนี้เป็น 17.7 กม. รถไฟใต้ดินโซล สาย 8 ดำเนินการโดย Seoul Metropolitan Rapid Transit Corporation (SMRT) มีทั้งสิ้น 17 สถานีแต่จะเพิ่มอีก 5 สถานีในปี 2017
รถไฟใต้ดินโซล สาย 9  รถไฟสายนี้วิ่งจากทิศตะวันออกของกรุงโซล จากสถานี Gaehwa Station สถานีหมายเลข 901  ผ่านสถานี Gimpo Airport  สถานีหมายเลข 902 ไปสุดเส้นทางที่สถานี Sinnonhyeon Station  สถานีหมายเลข 826 รวมความยาวของสายนี้เป็น 27 กม. รถไฟใต้ดินโซล สาย 8 ดำเนินการโดย Seoul Metro Line 9 Corporation มีทั้งสิ้น 25 สถานี และกำลังจะขยายเพิ่มอีก 12 สถานีภายในปี 2016 เป็นรถไฟใต้ดินสายแรกที่ดำเนินการโดยเอกชนในเกาหลี ดำเนินการโดยบริษัท Veolia Transport ซึ่งเป็นบริษัทจากฝรั่งเศส

          สายพิเศษ อีก 8 สาย
AREX เป็นรถไฟที่เชื่อมต่อระหว่าง กรุงโซล และ สนามบินนานาชาติคิมโพ Gimpo International Airport Station  สนามบินนานาชาติอินชอน  Incheon International Airport Station  เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการที่จะเดินทางไปสนามบินด้วยความสะดวกและรวดเร็ว โดยเริ่มต้นดำเนินการโดยบริษัท เอกชน แต่ภายหลังมีปัญหาทางการเงิน Korail ได้ทำการเท็กโอเวอร์กิจการและได้เปลี่ยนชื่อเป็น Korail Airport Railroad Co., Ltd. มีทั้งหมด 10 สถานี
Jungang Line (Central Line)
เป็นรถไฟที่วิ่งผ่านทางตะวันออกกลางของโซล จึงได้ชื่อว่า รถไฟสายกลาง  จากใจกลางของเกาหลี วิ่งไปทางทิศ ตะวันออกเฉียงใต้ โดยวิ่งจาก Yongsan Station  สถานีหมายเลข K110 ซึ่งที่หยงซานนี้เป็นแหล่งที่นักช้อปสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รู้จักกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกล้องดิจิตอล โน้ตบุ๊ค และอีกมากมายเลยครับ ลัดเลาะข้างแม่น้ำฮัน ขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของโซล ไปสุดเส้นทางที่  Yongmun Station  สถานีหมายเลข K137 ในเขต Yangpyeong  รวมความยาวของสายนี้เป็น 72.6 กม. รถไฟใต้ดินโซล สาย Jungang Line ดำเนินการโดย Korail มีทั้งสิ้น 28 สถานี
Gyeongchun Line
เป็นสายที่แยกออกจากสาย Jungang Line  เพื่อเชื่อมต่อไปยัง จังหวัดคังวอน Gangwon-do  ที่มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายที่ด้วยกัน และที่สำคัญคือรถไฟฟ้าสาย Gyeongchun Line นี้ นักท่องเที่ยวที่จะไปชื่นชมสถานที่สุดฮิตอย่าง เกาะนามิ Namiseom  จากซีรีย์ยอดฮิตเรื่อง Winter Sonata  หรือชื่อไทยว่า “เพลงรักในสายลมหนาว” ต้องใช้สายนี้ครับ อีกที่ที่น่าเที่ยวไม่แพ้กัน คือ เกาะจารา Jaraseom  ซึ่งอยู่ใกล้กันนั่นเอง รถไฟสาย Gyeongchun Line เริ่มจาก  Sangbong Station  สถานีหมายเลข K120 ซึ่งสามารถเดินทางมาได้จาก รถไฟใต้ดินโซล สาย 4 (สายสีฟ้า) และ รถไฟใต้ดินโซล สาย 7 ไปสุดเส้นทางที่  Chuncheon Station  สถานีหมายเลข P140 ในเขตเมือง Chuncheon  ในจังหวัดคังวอน Gangwon-do  รวมความยาวของสายนี้เป็น 81.3 กม. รถไฟใต้ดินโซล สาย Gyeongchun Line ดำเนินการโดย Korail มีทั้งสิ้น 18 สถานี
Gyeongui Line
เป็นสายรถไฟ สายที่เก่าแก่ที่สุดในเกาหลี เพื่อเชื่อมต่อไปยัง กรุงเปียงยาง Pyongyang  ในเกาหลีเหนือ  รถไฟฟ้าสาย Gyeongui Line เริ่มจาก Seoul Station  สถานีหมายเลข P313 ซึ่งสามารถเดินทางมาได้จาก รถไฟใต้ดินโซล สาย 4 (สายสีฟ้า) และ รถไฟใต้ดินโซล สาย 1 ไปสุดเส้นทางที่ Munsan Station  สถานีหมายเลข K335 ในเขตเมือง Paju  ในจังหวัดคังวอน Gyeonggi-do  ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับเกาหลีเหนือ ที่นี่มีสถานที่สำคัญคือ เขตปลอดทหาร Demilitarized Zone (DMZ) เป็นจุดที่แบ่งเขตแดนระหว่าง เกาหลีเหนือ กับ เกาหลีใต้ รวมความยาวของสายนี้เป็น 46.3 กม. รถไฟใต้ดินโซล สาย Gyeongui Line ดำเนินการโดย Korail มีทั้งสิ้น 20 สถานี
Bundang Line
เป็นสายรถไฟ ที่เชื่อมระหว่างทางตะวันออกกลางของกรุงโซล ที่เขต ซองดง Seongdong   ผ่านเมือง ซองนัม Seongnam  ลงมาทางใต้สุดเส้นทางที่ เมืองซูวอน Suwon  ที่แขวง Yeongtong-dong รถไฟฟ้าสาย Bundang Line เริ่มจาก Wangsimni Station  สถานีหมายเลข K210 ซึ่งสามารถเดินทางมาได้จาก รถไฟใต้ดินโซล สาย 2 (สายสีเขียว) Jungang Line  (Central Line) และ รถไฟใต้ดินโซล สาย 5 (สายสีม่วง) ไปสุดเส้นทางที่ Mangpo Station  สถานีหมายเลข K241 ในเขตเมือง Suwon  ซึ่งมีที่เที่ยวสำคัญหลายแห่งด้วยกัน เช่น ป้อมฮวาซอง  (Hwaseong Fortress) รวมความยาวของสายนี้เป็น 46.8 กม. รถไฟใต้ดินโซล สาย Bundang Line ดำเนินการโดย Korail มีทั้งสิ้น 32 สถานี
Suin Line
เป็นสายรถไฟที่เชื่อมระหว่างเมืองซูวอน Suwon  ตอนกลางของกรุงโซล ผ่านเมือง อันซาน Ansan  สุดเส้นทางที่  Incheon Metropolitan City  ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสาม ของเกาหลี มีสถานะเป็น มหานคร  รถไฟฟ้าสาย Suin Line  ซึ่งโครงการมีด้วยกัน 3 เฟส แต่ตอนนี้เปิดให้บริการแค่ เฟสแรกคือ เริ่มจาก Hanyang Univ. at Ansan Station  สถานีหมายเลข 449 ซึ่งใช้ร่วมกับ รถไฟใต้ดินโซล สาย 4 (สายสีฟ้า) ไปสุดเส้นทางที่ Songdo Station  สถานีหมายเลข K259 ในเขตมหานครอินชอน Incheon Metropolitan City  ซึ่งเมืองชองโด Songdo International Business District (SIBD)  เป็นเมืองศูนย์กลางธุรกิจนานาชาติและอุตสาหกรรมไฮเท็ค  รวมความยาวของสายนี้เป็น 27.4 กม. รถไฟใต้ดินโซล สาย Suin Line ดำเนินการโดย Korail มีทั้งสิ้น 27 สถานี
Sinbundang Line
เป็นสายรถไฟที่ มีระยะทางเพียง 17.3 กม. เชื่อมระหว่าง เขต Gangnam  ตอนใต้ของกรุงโซล ผ่านเขต Seocho  สุดเส้นทางที่ Jeongja  ในเขตเมือง ซองนัม Seongnam   รถไฟฟ้าสาย Sinbundang Line ซึ่งโครงการมีด้วยกัน 5 เฟส แต่ตอนนี้เปิดให้บริการแค่ เฟสแรกคือ เริ่มจาก Gangnam Station  สถานีหมายเลข D07 ซึ่งใช้ร่วมกับ รถไฟใต้ดินโซล สาย 2 (สายสีเขียว) ลงมาทางใต้ตัดกับรถไฟใต้ดินโซล สาย 3 (สายสีส้ม)ที่ Yangjae Station  สถานีหมายเลข D08 และสุดเส้นทางที่สถานี Jeongja Station  สถานีหมายเลข D12 รวมความยาวของสายนี้เป็น 17.3 กม. รถไฟใต้ดินโซล สาย Sinbundang Line ดำเนินการโดย Korail มีทั้งสิ้น 6 สถานี (Phase 1)
Uijeongbu LRT หรือ U Line
เป็นสายรถไฟแบบรถรางสั้นที่สุด วิ่งเฉพาะในเขตเมือง Uijeongbu  ตอนเหนือของกรุงโซล แต่สถานี Hoeryong Station  สถานีหมายเลข U111 จะเชื่อมกับ รถไฟใต้ดินกรุงโซลสาย 1 (สายสีน้ำเงิน) รถไฟฟ้าสาย Uijeongbu LRT ซึ่งโครงการมีด้วยกัน ทั้งสิ้น 15 สถานี ดำเนินการโดย Uijeongbu Light Rail Ltd. ทั้งหมดเป็นระยะทาง 10.6 กม. เปิดบริการใน เดือน ก.ค ปี 2012

<<=== ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล : http://hunkook.com ===>>
ทัวร์เกาหลีให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลี ไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขครับ

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การชอปปิ้ง กับ ทัวร์เกาหลี

ทัวร์เกาหลี กับ การชอปปิ้ง


ทัวร์เกาหลีชอปปิ้ง

          การไปทัวร์เกาหลี คงหนีไม่พ้นการชอปปิ้ง เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของสุภาพสตรีดังนั้น ก่อนที่เราจะไปทัวร์เกาหลีกัน เรามาเก็บข้อมูลสำหรับการชอปปิ้งที่เกาหลีกันก่อน จะได้ทัวร์เกาหลีกับการชอปปิ้งอย่างมีความสุขครับ

          ห้างสรรพสินค้าหลายแห่งใน เกาหลี เปิดตั้งแต่ 10 โมงครึ่งเช้ากระทั่งทุ่มครึ่ง ขณะที่ตามตลาดหรือร้านเล็กๆจะขยายเวลาปิดร้านออกไปอีก 1 ชั่วโมงเป็น 2 ทุ่มครึ่ง บางร้านก็เปิดตั้งแต่เช้ามืดยันช่วงดึกๆทุกวัน ราคาตามร้านจะมีป้ายบอกราคา ถ้าไม่มีก็อาจต่อรองราคาได้ นักช็อปที่ไปเที่ยว เกาหลี จะตื่นตาตื่นใจไปกับหลากหลายสินค้าราคาถูก

          ราคาและการต่อราคา ปกติ สามารถตรวจสอบราคาและการลดราคาได้ในเว็บไซด์ของแต่ละห้างสรรพสินค้า ว่าในตอนนี้มีโปรโมชั่นเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการอะไร ส่วนเรื่องการต่อราคาก็สามารถทำได้ขึ้นอยู่กับนโยบายของร้านนั้นว่ามีนโยบายลดให้ได้เท่าไหร่ แต่สามารถต่อรองกันได้

          บัตรเครดิต ศูนย์การค้าเกือบทุกแห่งจะรับบัตรเครดิตชั้นนำระดับโลก บัตรเครดิตเช่น วีซ่า อเมริกันอ็กซ์เพรส ไดเนอร์คลับ มาสเตอร์คลับ และ JCB เป็นที่ยอมรับกันตามโรงแรมใหญ่ ๆ ห้างสรรพสินค้า และภัตตาคารขนาดใหญ่

          เงิน เช็คเดินทางสามารถเปลี่ยนเป็นเงินวอนเกาหลีได้ที่ธนาคารแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และที่ทำการแลกเปลี่ยนเงินที่ได้รับอนุญาต อัตราแลกเปลี่ยนเงินขึ้นอยู่กับการขึ้นลงของราคาตลาด

          นักท่องเที่ยวที่มีบัตรเครดิตซึ่งได้รับการยอมรับกันทั่วโลก สามารถถอนเงินสดจากบัญชีของท่าน หรือเบิกถอนเงินล่วงหน้าจากเครื่องบริการเงินด่วน (ATM) ที่ตั้งอยู่ตามโรงแรมใหญ่ ห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน และสถานที่ท่องเที่ยว

          ภาษีสินค้าและบริการ ประเทศเกาหลีมีการเก็บภาษี 10% ซึ่งภาษีก็รวมอยู่ในสินค้าแล้ว ลูกค้าสามารถเก็บใบเสร็จไว้ทำ tax refund ที่สนามบินได้ ซึ่งการคืนเงินภาษีสินค้าให้แก่นักท่องเที่ยวนั้น ขึ้นอยู่กับศูนย์การค้าแต่ละร้านว่าเข้าร่วมโครงการคืนภาษีให้แก่นักท่องเที่ยว

<<==== ขอขอบคุณที่มาของความรู้: http://www.asiashoppingtour.com ====>>

ทัวร์เกาหลีให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลี ไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขครับ

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทัวร์เกาหลี กับ ตลาดนัมแดมุน

ทัวร์เกาหลี กับ ตลาดนัมแดมุน

ทัวร์เกาหลี
          ไปทัวร์เกาหลีด้วยกัน มาทำความรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีกันก่อน เพื่อเตรียมข้อมูลความพร้อมในการไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุข คุ้มค่า คุ้มราคาและเวลาที่ไปทัวร์เกาหลีด้วยกัน วันนี้ทัวร์เกาหลี ยังคงอยู่กับสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโซล
          สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในกรุงโซล มีจำนวนไม่น้อย คงไม่แตกต่างกับกรุงเทพมหานครของเรา ข้อมูลที่แนะนำกันไปแล้ว ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโซล บทความก่อนหน้านี้  เริ่มจาก  พระราชวังเคียงบก ในกรุงโซล Blue House ในกรุงโซล  พระราชวังถ็อกซู ในกรุงโซล  หมู่บ้านบุกชน ฮันอก ในกรุงโซล วัดโชเกซา ในกรุงโซล ตลาดอินซาดง ในกรุงโซล ตลาดทงแดมุน ในกรุงโซล ตลาดเมียงดง ในกรุงโซล
          วันนี้เรามาทำความรู้จักอีกสถานที่หนึ่งในกรุงโซล นั่นก็คือ ตลาดนัมแดมุน ( Namdaemun Market ) เราไปทำความรู้จักพร้อมๆ กันเลยนะครับ

          ตลาดนัมแดมุน ( Namdaemun Market )
           ตลาดนัมแดมุน ขายสินค้าแนวประตูน้ำบ้านเรา แถมยังมีร้านอาหารกางเต๊นท์ ซีฟู้ดสดๆ กับ โซจู เหมือนที่เห็นในหนังเรื่อง กวน มึน โฮ
          ตลาดนัมแดมุน ตั้งอยู่ใกล้กับประตูเมืองด้านทิศใต้ คือประตูนัมแดมันหรือซุงเนมุน ( Sungnyemun Gate ) ซึ่งเป็นประตูเมืองที่สวยงามและสำคัญที่สุดในบรรดาประตูเมืองทั้งหมดจนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของชาติ ลำดับที่ 1
          ก่อนหน้านี้ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดกลางแจ้งที่ใหญ่และมีบริเวณกว้างมาก ใช้เป็นตลาดขายส่งสินค้าที่ผลิตในประเทศทั้งสินค้าเกษตรจากเขตชนบท เสื้อผ้า อาหาร เครื่องหนัง เครื่องใช้ในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเย็บปักถักร้อย กับของอย่างอื่นอีกจิปาถะ ไปหาซื้ออะไรมีหมด
          ในปัจจุบัน ร้านค้าเหล่านี้กลับแทรกตัวอยู่ข้างตึกสูงของบรรดาห้างสมัยใหม่ อาทิ ห้างเมสา ( Mesa ), Daedo Arcade Maret, Wings Town Arcade, Queen Plaza, Daedo Lady, Yonsei Accessories Arcade ที่สร้างขึ้นมารองรับสินค้าและร้านค้าแบบเดิม ให้ยกระดับมาเป็นของขึ้นห้างแต่ราคาก็ยังถูกติดดินเหมือนเดิม ห้างเหล่านี้ขายสินค้าอะไรเป็นหลัก ทั่วทั้งห้างก็มีสินค้าประเภทเดียวกันให้เลือกเต็มไปหมด อย่างห้างเมสา ก็ขายเฉพาะเสื้อผ้าแฟชั่นนำสมัย ในช่วงฤดูหนาวสามารถหลบเข้าไปเดินในห้างเหล่านี้ รับไออุ่นจากฮิตเตอร์ ที่เปิดจนรู้จนรู้สึกว่าร้อนเลยทีเดียว
          ริมฟุตบาธข้างถนนยังคงเสน่ห์ของตลาดดั้งเดิมเอาไว้อยู่ ร้านขายสินค้านานาชนิด ซุ้มขายอาหาร ขายน้ำ ขายขนม ยังมีให้เห็นอยู่เนืองแน่นเหมือนเดิม พอตกเย็นบรรดาร้านอาหาร ก็มากางซุ้มพลาสติกส้ม ๆ ของตนเอง ไว้รอต้อนรับผู้คนที่จะมาหาข้าวรับประทานกัน ร้านค้าเหล่านี้จะเปิดไปจนถึงดึกดื่นเที่ยงคืน
          ที่ตั้ง : เขตจุงกู ( Jung-Gu ) ใกล้ ๆ ประตูเมืองด้านทิศใต้ ประตูนัมแดมุน
          การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 4 สถานีฮอยอน ( Hoehyeon ) ทางออกหมายเลข 5, 6,7  
          เวลาเปิดบริการ : ห้างส่วนใหญ่เปิด 10.00 – 18.00 น. แต่ร้านอาหาร ร้านค้ากลางแจ้งเปิดถึงเที่ยงคืน

<<=== ขอขอบคุณที่มา : http://travel-koreas.blogspot.com ===>>

ทัวร์เกาหลีให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลี ไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขครับ

วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทัวร์เกาหลี กับ อินซาดง

ไปทัวร์เกาหลี กับ ตลาดอินซาดง

ทัวร์เกาหลีอินซาดง

           ยังคงอยู่กับสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโซล เพื่อประโยชน์ในการเตรียมตัวไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุข ในกรุงโซลคงไม่แตกต่างกับกรุงเทพฯเมืองหลวงของเรา มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย เราค่อยๆ ทำความรู้จักกัน จากบทความแนะนำเก่าๆ เริ่มจาก  พระราชวังเคียงบก ในกรุงโซล  Blue House ในกรุงโซล  พระราชวังถ็อกซู ในกรุงโซล  หมู่บ้านบุกชน ฮันอก ในกรุงโซล วัดโชเกซา ในกรุงโซล วันนี้ เรามาทำความรู้จักอีกสถานที่หนึ่งในกรุงโซล ถนนสายศิลปะใจกลางกรุงโซล เพื่อประโยชน์แห่งความสุขในการไปทัวร์เกาหลีด้วยกัน ไปทำความรู้จักพร้อมกันเลยครับ

          ทัวร์เกาหลีที่อินซาดง ( Insa Dong ) เป็นถนนสายศิลปะที่อยู่ใจกลางกรุงโซล มีทั้งงานศิลปะแบบดั้งเดิมและงานสมัยใหม่ ของเกาหลี เช่น งานภาพวาด, งานแกะสลัก และงานศิลปะในการคัดลายมือวางขายอยู่ ลักษณะจะเป็นถนนสายเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึกตามสไตล์เกาหลี ร้านขายของเก่า และแกลอรี่โชว์ผลงานศิลปะของศิลปินพื้นเมือง หากใครต้องการหาของ ที่ระลึกที่มีเพียงไม่กี่ชิ้นหรือ อาจจะมีเพียงชิ้นเดียวโลกคุณจะหาพบได้ไม่ยาก ได้เดินชมงานศิลปะและ เลือกซื้อของที่ระลึกได้อย่างสบายใจ
          นอกจากนี้สินค้าที่ขายส่วนใหญ่จะมีตั้งแต่ โปสการ์ด พู่กัน พวงกุญแจ พัด โคมไฟ ชุดถ้วยน้ำชา ตะเกียบ ช้อนส้อมเกาหลี หน้ากากอันดง ตุ๊กตาเกาหลี ไม้แกะสลัก ภาพวาด และขนมเกาหลี เป็นต้น สำหรับสาวๆ ที่อยากจะซื้อเครื่องสำอางก็สามารถมาหาซื้อกันได้ที่นี่เช่นกัน เพราะมีร้านเครื่องสำอางยี่ห้อดัง เช่น Etude House Skinfood เป็นต้น
          หากมีเวลาแนะนำให้เข้าไปตามตรอกซอกซอยนะครับ เพราะในตรอกซอกซอยเล็ก ๆ นั้นจะมีห้องแสดงงานศิลปะ ของเหล่าศิลปินมืออาชีพและมือสมัครเล่น นอกจากที่ห้องแสดงศิลปะแล้วยังเป็นแหล่งรวมร้านของเก่าด้วยหากชอบใจสามารถซื้อได้ตามอัธยาศัย
          ทีเด็ดของที่นี่ตลาดอินซาดงแห่งนี้ คือ ถ้ามาที่นี่ตอนกลางคืน พวกร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านเหล้า ร้านน้ำชาแบบเกาหลีแท้ ๆ จะน่านั่งมากเลย เพราะเค้าจัดร้านแบบเก๋ ๆ ลองนึกภาพตามนะ บรรยากาศสบาย ๆ นั่ง ชิว ๆ เพลงเพราะ ๆ แค่ฟังก็อยากไปลองนั่งแล้วล่ะสิ และในทุกค่ำคืนจะได้เห็นการแสดงดนตรีข้างถนนของเหล่าศิลปิน เห็นอยู่ข้างถนนแต่ไม่กิ๊กก๊อกนะ เรียกว่าฝีมือเลยล่ะ
          หากใครมาที่กรุงโซลแล้วต้องจากจะต้องกินอาหารเกาหลี กินกิมจิให้สมกับมาเที่ยวเมืองกิมจิแล้วละก็อีกอย่างที่ขาดเสียไม่ได้คือการดื่มชาแบบเกาหลี และที่อินซาดงดูเหมือนจะเป็นสวรรค์ของการดื่มชาเพราะที่นี่มีร้านชาหลายร้านและมักจะดื่มชาคู่กับขนมรูปร่างน่ารักสไตล์เกาหลี
          ร้านชาที่มีชื่อว่า Bizen ร้านนี้จะอยู่ติดถนนหลักของอินซาดงอยู่ติดกับร้านกาแฟ Starbucks ร้านนี้มีเอกลักษณ์คือการที่มีขนมรูปร่างหน้าตาหน้ารักมากและรสชาติก็โอเคหรือว่าจะซื้อกลับบ้านก็ได้ และอีกหนึ่งร้าน Old Tea Shop ที่ต้องเดินเลี้ยวเข้าซอยไปอีกนิดเดียวโดยสักเกตป้ายของร้านได้ และอีกร้านชาที่โด่งดังคือร้าน O’sulloc Tea House ซึ่งเมนูยอดนิยมของที่นี่ ก็จะเป็นขนมชาเขียว ร้านนี้ก็อยู่เยื้องๆ กับร้านกาแฟ Starbucks
          ในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ตลาดเห็นนี้จะเปิดถนนให้ถนนสายสั้น ๆ สายนี้กลายเป็นถนนคนเดิน บรรยากาศโดยรวมของตลาดแห่งนี้โดยรวมแล้วตอนเช้าจะไม่ค่อยจะมีอะไรมากนัก เรียกว่าเงียบเลยดีกว่า แต่ถ้าตกกลางคืนทุกอย่างจะเปลี่ยนไป จะดูคึกคักมีสันมากเลยล่ะ ผู้คนที่เดินในถนนสายนี้จะเป็นหนุ่มสาวซะส่วนใหญ่เดินกันขวักไขว่เลยล่ะ และบรรยากาศตามร้านเหล้า ร้านอาหาร ก็ดูสนุกสนานน่าเข้าไปแจมด้วยจริง ๆ

<<=== ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล : http://korea.lookchangtour.com ===>>

ทัวร์เกาหลีให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลี ไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขครับ

วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทัวร์เกาหลี กับ ตลาดทงแดมุน

ทัวร์เกาหลี ตลาดทงแดมุน ในกรุงโซล

ทัวร์เกาหลีตลาดทงแดมุน

          วันนี้ยังคงอยู่กับข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในกรุงโซล เมืองหลวงแห่งแดนกิมจิ เพื่อความพร้อมในการไปทัวร์เกาหลีด้วยกัน จะได้ความสุขอย่างคุ้มค่า คุ้มเวลาที่เสียไปครับ แหล่งท่องเที่ยวในกรุงโซล บทความก่อนหน้านี้  เริ่มจาก  พระราชวังเคียงบก ในกรุงโซล  Blue House ในกรุงโซล  พระราชวังถ็อกซู ในกรุงโซล  หมู่บ้านบุกชน ฮันอก ในกรุงโซล วัดโชเกซา ในกรุงโซล ตลาดอินซาดง ในกรุงโซล วันนี้ เรามาทำความรู้จักอีกสถานที่หนึ่งในกรุงโซล นั่นคือ ตลาดทงแดมุน ( Dongdaemun Market ) เพื่อประโยชน์แห่งความสุขในการไปทัวร์เกาหลีด้วยกัน ไปทำความรู้จักพร้อมกันเลยครับ

          ตลาดทงแดมุน ( Dongdaemun Market )

          แหล่งช้อปอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการไปทัวร์เกาหลีเพื่อน ๆ หลายคนที่คิดจะไปเที่ยวอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้วก็ได้ ตลาดทงแดมุนเต็มไปด้วยตึกสูงของบรรดาห้ามสรรพสินค้าขายเสื้อผ้าทั้ง Doosan Tower เป็นที่ตั้งของห้าง Doota,ตึกมิกลิออเร่ แต่ละชั้นแบ่งกลุ่มขายสินค้าชัดเจน เริ่มจากชั้นใต้ดิน เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต ชั้น 1 ขายเสื้อผ้าวัยรุ่น ชั้น 2 ขายเสื้อผ้าผู้หญิง เสื้อผ้าเด็ก เสื้อผ้าสุภาพบุรุษ เครื่องหนัง กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน เป็นต้น ทำให้ไม่สับสน แต่ละชั้นแบ่งเป็นล็อคๆเจ้าของหรือคนขายส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวเกาหลีราคาต่อรองได้เล็กน้อย แต่ที่ห้าง Doota (เขาบอกว่าต่อไม่ได้) สินค้าของที่นี่ดูดี มีระดับเป็นสินค้าที่กำลังอินแทรนด์อยู่ในหมู่วัยรุ่น บางทีก็ทำเลียนแบบสินค้าแบนด์เนมชื่อดัง คุณภาพค่อนข้างดี
          ตลาดทงแดมุนแห่งนี้ตั้งอยู่เขตทงแดมุนกู (Dongdaemun-Gu) ใกล้ๆบริเวณประตูเมืองโบราณทิศตะวันออก เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของกรุงโซลและยอดฮิตที่สุดที่ตลาดนี้เราสามารถซื้อข้าวของ และต่อราคาได้อย่างสนุกสนานทีเดียว (จะต่อได้มากได้น้อยอันนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถและนะค่ะ ) เพราะมีร้านค้ามากมายมีห้างขายเสื้อผ้าที่ทันสมัยในราคาขายส่งและปลีกทงแดมุนเป็นตลาดขายส่งที่ใหญ่มาก พูดไปก็เหมือนประตูน้ำบ้านเรานั้นเอง
เวลาเปิดบริการ : ห้างส่วนใหญ่เปิด 10.30-21.00 น.
แผนที่ทัวร์เกาหลีตลาดทงแดมุน
      เพื่อน ๆ สามารถหาซื้อของที่ต้องการได้ทั้งในตึกและริมฟุตบาทในบรรยากาศการค้าเลยนะค่ะ มาทั้งทีใช่มั้ยต้องไปให้ทั่วถูกมั้ยแต่ก็อย่าช้อปกันจนเพลินล่ะ ดูรอบข้างบ้างเพื่อน ๆ จะได้เห็นชีวิตพื้นเมืองของคนเกาหลีอย่างแท้จริง ไงล่ะค่ะ ได้ทั้งช้อปปิ้งได้ทั้งบรรยากาศคุ้มมั้ยล่ะ

<<=== ขอขอบคุณที่มาข้อมูล : http://korea.lookchangtour.com ===>>

ทัวร์เกาหลีให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลี ไปทัวร์เกาหลีกันอย่างมีความสุขครับ